การประชุมคณะทำงานเพื่อการตีความมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืนของ RSPO ฉบับปี 2024 ในบริบทของประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 14 สิงหาคม 2568 – คณะทำงานตีความระดับประเทศ (National Interpretation Task Force: NITF) ได้จัดการประชุมเชิงคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาตีความมาตรฐานฉบับใหม่ขององค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ (1) มาตรฐานหละกการเและเกณฑ์กำหนดของ RSPO สำหรับการปลูกปลา์มน้ำมันอย่างยั่งยืน และการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RSPO Principles & Criteria: P&C) ฉบับปี 2024 และ (2) มาตรฐานสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระของ RSPO สำหรับการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน และผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน (RSPO Independent Smallholder: ISH) ฉบับปี 2024 วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือเพื่อสังเคราะห์แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศไทย ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าการตีความและการบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวมีความถูกต้องและสอดคล้องกับบริบททางกฎหมายและสังคมของประเทศ

องค์ประกอบของคณะทำงานฯ ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างครอบคลุม อาทิ กลุ่มผู้ปลูกปาล์มน้ำมันขนาดกลางและขนาดใหญ่ เกษตรกรรายย่อยอิสระ โรงกลั่น ผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาตีความตัวชี้วัดในประเด็นสำคัญหลายประการให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของไทย ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาประกอบด้วย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ กฎหมายว่าด้วยสิทธิการใช้ประโยชน์และการถือครองที่ดิน การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของทะลายปาล์มสด กระบวนการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับพื้นที่เพาะปลูกใหม่ การประยุกต์ใช้หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช แนวปฏิบัติสำหรับการปลูกทดแทนในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง การจัดการทรัพยากรน้ำและมลพิษ กระบวนการประชุมมีการนำเสนอบทบัญญัติทางกฎหมายของไทยที่สัมพันธ์กับแต่ละประเด็น ควบคู่ไปกับการอภิปรายและแลกเปลี่ยนทัศนะจากประสบการณ์การดำเนินงานจริง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและผู้ตรวจสอบ (Auditor) ซึ่งให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสอดคล้องในการตีความมาตรฐานระหว่างหน่วยรับการตรวจและผู้ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและสอดคล้องกับบริบทของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการประชุม คณะทำงานฯ จะดำเนินการสังเคราะห์และประมวลผลข้อคิดเห็นทั้งหมดเพื่อจัดทำ “ร่างการตีความระดับประเทศ” ของมาตรฐานทั้ง 2 ฉบับ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) ก่อนจะสรุปและจัดทำการตีความระดับประเทศฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอต่อสำนักเลขาธิการ RSPO ตามขั้นตอนต่อไป

BANGKOK, 14 August 2025 – The National Interpretation Task Force (NITF) of Thailand convened a workshop to deliberate on the national interpretation of two new standards from the Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO). The standards—the RSPO Principles & Criteria (P&C) 2024 and the RSPO Independent Smallholder (ISH) Standard 2024—are set to be formally implemented on 13 November 2025. The primary objective of the session was to synthesise clear and practical implementation guidelines for stakeholders in Thailand, ensuring that the interpretation and application of the standards are accurate and aligned with the nation’s legal and social frameworks.

The task force, comprising a comprehensive range of stakeholders from across the palm oil supply chain—including medium and large-scale growers, independent smallholders, refiners, and processors, as well as representatives from the financial sector and environmental and social non-governmental organisations—collaborated to interpret key indicators within the new standards. The deliberations focused on aligning these indicators with domestic laws and regulations. Key areas of discussion included: legal frameworks related to business ethics and conduct, laws governing land tenure and use rights, traceability requirements for Fresh Fruit Bunches (FFB), procedures for Social and Environmental Impact Assessments (SEIAs) for new plantings, application of Good Agricultural Practices (GAPs) to enhance productivity, human rights risk assessment and due diligence, regulations on the use of chemical pesticides, best practices for replanting on steep terrains, and management of water resources and effluents. The workshop’s methodology involved presentations on relevant Thai legal provisions for each topic, followed by robust discussions informed by the operational experiences of the participants. Critically, the session also incorporated perspectives from subject-matter experts and auditors to help establish a harmonised interpretation between auditing bodies and auditees, ensuring mutual understanding and legal compliance.

Following the workshop, the NITF will synthesise the collected feedback to formulate a ‘Draft National Interpretation’ for both standards. This draft will then be subject to a Public Consultation period before the final version is compiled and submitted to the RSPO Secretariat for formal endorsement.

RSPO ผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตปาล์มน้ำมันไทยสู่ความเป็นเลิศแห่งปาล์มน้ำมันคุณภาพระดับพีเมียมและยั่งยืน ในงาน PALMEX Thailand 2025

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

สุราษฎร์ธานี, 7-8 สิงหาคม 2568 – RSPO ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นองค์กรสนับสนุนหลักในงาน PALMEX Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มประเทศไทย ร่วมกับบริษัท Firework Media จำกัด ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สหกรณ์สุราษฎร์ธานี (CO-OP) จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานดังกล่าวถือเป็นเวทีบูรณาการระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่ภาคการผลิตต้นน้ำ (Upstream) ไปจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream) เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรม

ในการเข้าร่วมครั้งนี้ RSPO ประเทศไทยได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยบูธนิทรรศการของ RSPO ได้รับความสนใจอย่างสูงจากผู้เข้าร่วมงานในการนำเสนอข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืนระดับโลก นอกจากนี้ ยังได้ร่วมจัดเวทีวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในมิติต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
  • การบรรยายพิเศษได้นำเสนอองค์ความรู้และมุมมองเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ บรรยายในหัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้วยการจัดการปุ๋ยแบบแม่นยำ” โดย คุณศุภชัย จินตนาเลิศ ซึ่งได้แบ่งปันนวัตกรรมและผลการวิจัยที่ปฏิบัติและทดลองใช้จริง เพื่อยกระดับผลิตภาพการเกษตร ต่อด้วยมุมมองด้านการตลาดในหัวข้อ “สาระสำคัญของการยกระดับปาล์มไทยสู่ตลาดโลก” โดย คุณอัสนี มาลัมพุช ที่ได้เน้นย้ำถึงการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ไม่ยั่งยืน และการบรรยายในหัวข้อ “เชื่อมร้อยความยั่งยืน: เชื่อมโยงเกษตรกรสู่ระเบียบการค้าโลก” โดย คุณสินธุ แก้วสินธุ์ ซึ่งได้ฉายภาพบทบาทของภาครัฐในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย
  • เวทีเสวนาได้จุดประกายแนวคิดและทิศทางใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “พลิกมุมมองจาก
     ‘การขยายพื้นที่’ สู่ ‘การขยายความรับผิดชอบ’”
    ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกร สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และ RSPO ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดว่า ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การขยายพื้นที่เพาะปลูก แต่อยู่ที่การขยาย “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ของทุกภาคส่วนในสังคม นอกจากนี้ ในการประชุม Asia Palm Oil Conference (APOC) 2025 ยังมีการเสวนาหัวข้อ “Driving Transformation: Pathways to Scale Up Sustainable Palm Oil in Asia” ซึ่งเป็นการระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติและไทย เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและเส้นทางสู่การเป็นผู้นำตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในระดับโลกของประเทศไทย

บทสรุปที่ชัดเจนจากการเข้าร่วมงาน PALMEX Thailand 2025 คือ ความเชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือกลไกสำคัญที่จะยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานสากลได้อย่างสง่างาม โดยมี “ความรับผิดชอบร่วมกัน” เป็นหัวใจหลักในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศอย่างแท้จริง

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

SURAT THANI, 7-8 August 2025 – The Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) Thailand played a principal supporting role at PALMEX Thailand 2025, an event organised by the Thai Oil Palm and Palm Oil Association in collaboration with Firework Media Ltd. Held at the CO-OP International Convention and Exhibition Centre in Surat Thani, the event served as an integrative international platform, connecting stakeholders from the entire palm oil supply chain, from upstream cultivation to downstream industries, to collaboratively shape the sector’s future.

In its capacity, RSPO Thailand was instrumental in advancing the sustainability agenda through a variety of engagements. The RSPO exhibition booth garnered significant interest from attendees, providing critical information and fostering a deeper understanding of global sustainable palm oil standards. Furthermore, RSPO co-organised several academic forums to facilitate knowledge exchange across key dimensions of the industry. A series of special speakers presented crucial insights and policy perspectives:

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
  • A special speech titled “Enhancing Palm Oil Production Efficiency in Constrained Areas through Precision Fertiliser Management” by Mr.Supachai Jintanalert, shared innovations and applied research outcomes aimed at improving agricultural productivity.
  • A marketing perspective was offered in the session “The Essence of Elevating Thai Palm Oil to the Global Market” by Mr.Asanee Mallamphut, who emphasised the imperative of stable and sustainable growth over rapid, less resilient expansion.
  • Ms Sinthu Kaewsin delivered a presentation on “Weaving Sustainability: Connecting Farmers to Global Trade Regulations,” which articulated the role of governmental agencies in leveraging science, research, and innovation to bolster the Thai palm oil industry’s competitive capabilities.
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

Panel discussions provided a forum for emerging paradigms and future-oriented discourse. A session titled “From Acreage to Accountability: A Shared Journey in Expanding RSPO-Certified Area” featured esteemed speakers from the farming community, academic institutions, research agencies, and the RSPO. The dialogue crystallised the concept that true sustainability is contingent not on the expansion of cultivation areas, but on the expansion of “shared responsibility” among all societal actors. Concurrently, the Asia Palm Oil Conference (APOC) 2025 hosted a panel on “Driving Transformation: Pathways to Scale Up Sustainable Palm Oil in Asia,” which convened international and Thai experts to analyse the potential and strategic pathways for Thailand to achieve a leadership position in the global sustainable palm oil market.

Conclusively, RSPO’s participation in PALMEX Thailand 2025 reaffirmed the conviction that the collaborative synergy of all stakeholders is the essential mechanism for elevating the Thai palm oil industry to international standards. The principle of “shared responsibility” was identified as the cornerstone for Driving Thailand’s Pathway to Premium Sustainable Palm Oil Excellence.

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

รายงานความคืบหน้าของ RSPO ประเทศไทย : พื้นที่-เกษตรกร ได้รับการรับรองมากขึ้น

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

จากการประชุมสมาชิก RSPO ประเทศไทย ประจำปี 2568 คุณรัฎดา ลาภหนุน ผู้จัดการด้านเทคนิค และ Market Transformation – RSPO ประเทศไทย ได้รายงานความคืบหน้าของ RSPO ประเทศไทย  ว่า ปัจจุบัน มีสมาชิก RSPO มี 163 ราย เกษตรกรรายย่อยประมาณ 40 กลุ่ม ผู้ปลูกขนาดใหญ่ 5 ราย มี Supply Chain Associate , Processor & Trader เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง ส่วน Consumer Good Manufacturers คงที่ 11 ราย และมี Organization 1 องค์กร ในภาพรวมมีพื้นที่ได้รับการรับรองมากขึ้น และมีเกษตรกรเข้าร่วมเป็นสมาชิก RSPO มากขึ้นเช่นกัน

สำหรับมาตรฐาน RSPO Standards’ National Interpretation คาดว่าจะเรียบร้อยภายในเดือนกันยายน และบังคับใช้ภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นข้อตกลงระดับประเทศที่ทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องจะใช้ร่วมกัน

“ปัจจุบันเครื่องหมาย RSPO อยู่ในธุรกิจอาหารเป็นหลัก ซึ่งหากมีจำนวนมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ผู้บริโภครู้จัก RSPO มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการกระตุ้นปลายน้ำให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย RSPO มากขึ้น เช่น การทำผ้าบาติก ซึ่งเป็นความร่วมมือกัน ของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม  รวมทั้งการใช้น้ำมันปาล์มในธุรกิจการท่องเที่ยวรวมถึงสวนสัตว์ด้วย”ผู้จัดการด้านเทคนิค และ Market Transformation – RSPO ประเทศไทย กล่าว

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

RSPO ประเทศไทย สร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐาน P&C ฉบับใหม่ ปี 2024

การอบรม “2024 P&C Standard Update Workshop”ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาตรฐานเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

สุราษฎร์ธานี, 2 กรกฎาคม 2568 – RSPO ประเทศไทย ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “2024 P&C Standard Update Workshop” ณ ห้องประชุมบุษราคัม โรงแรมไดม่อน พลาซ่า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันขนาดกลางและขนาดใหญ่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้มาตรฐาน Principles and Criteria (P&C) ฉบับปี 2024 ในการดำเนินงานด้านการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ RSPO นอกจากนี้ การอบรมยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการจัดทำเอกสารการตีความมาตรฐานระดับประเทศ (National Interpretation – NI) ต่อไป ผู้เข้าร่วมการอบรมประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรผู้เพาะปลูกปาล์มน้ำมันขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเทศไทยเข้าร่วมจำนวน 20 คน

การอบรมเริ่มต้นด้วยการบรรยายจาก คุณรัฎดา ลาภหนุน ผู้จัดการฝ่าย Technical and Market Transformation, RSPO ประเทศไทย ท่านได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ (ร่าง) มาตรฐาน P&C ฉบับใหม่ ซึ่งมีกำหนดประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 รวมถึงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัด เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงมาตรฐานอย่างลึกซึ้ง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เข้ารับการอบรมยังได้มีโอกาสศึกษาและอภิปรายรายละเอียดของตัวชี้วัดทั้ง 7 หลักการภายใต้มาตรฐานฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และร่วมกันพิจารณาแนวทางการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทเฉพาะของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดทำเอกสารการตีความระดับประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานพิเศษ National Interpretation Task Force (NITF) ของประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดจัดตั้งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ ยังมีการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้แทนจากเกษตรกรขนาดกลางและขนาดใหญ่เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน NITF อีกด้วย

ภายหลังจากการอบรมครั้งนี้ RSPO ประเทศไทยจะยังคงประสานการดำเนินงานกับกลุ่มเกษตรกรขนาดกลางและขนาดใหญ่อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันส่งเสริมและยกระดับคุณค่าของปาล์มน้ำมันยั่งยืนของไทยให้มีคุณภาพระดับโลก โดยครอบคลุมทั้งการสนับสนุนการดำเนินงาน การสร้างองค์ความรู้ และการประสานความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมัน ทั้งในระดับประเทศและระดับตลาดโลกต่อไป

“2024 P&C Standard Update Workshop” Fosters Knowledge Exchange on New Sustainable Palm Oil Standard

SURAT THANI, Thailand – 2 July 2025 – RSPO Thailand successfully held a workshop titled “2024 P&C Standard Update Workshop” at the Busarakam Meeting Room, Diamond Plaza Hotel. The primary objective of this event was to cultivate understanding and readiness among medium and large-scale palm oil growers regarding the forthcoming 2024 Principles and Criteria (P&C) Standard. The aim is to enable these growers to effectively implement the updated standard for sustainable palm oil cultivation in accordance with RSPO guidelines. Furthermore, the workshop served as a crucial forum for exchanging experiences and feedback on the new standard, establishing a vital foundation for the subsequent National Interpretation (NI) process. The assembly included representatives from prominent medium and large-scale palm oil growing organisations across Thailand.

The workshop commenced with a presentation by Radda Larpnun, Technical and Market Transformation Manager of RSPO Thailand. She provided comprehensive information on the draft of the new P&C Standard, which is scheduled for official implementation on 13 November 2025. This included detailed explanations of changes to key indicators, ensuring participants fully grasped the rationale behind these revisions. Moreover, attendees were given the opportunity to delve into the specifics of the indicators across all seven principles of the new standard. This fostered a thorough understanding and facilitated robust discussions on the practicalities of implementation within the Thai context. These discussions are particularly significant as they will directly inform the National Interpretation process, set to be undertaken by Thailand’s dedicated National Interpretation Task Force (NITF) in the near future. Preliminary discussions also took place regarding the selection of representatives from medium and large-scale growers to join this crucial NITF.

Following this workshop, RSPO Thailand will maintain close collaboration with medium and large-scale farmer groups. This sustained engagement aims to jointly enhance the value of Thailand’s sustainable palm oil, ensuring it meets world-class quality standards. This commitment encompasses providing operational support, fostering knowledge creation, and coordinating collaborative efforts throughout Thailand’s palm oil supply chain and the global market.

RSPO ประเทศไทย ผนึกกำลังนักวิชาการและเกษตรกรต้นแบบ ยกระดับความยั่งยืนทางการเงินแก่เกษตรกรรายย่อย

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืน”
สร้างรากฐานเพื่ออนาคตที่มั่นคง

สุราษฎร์ธานี, 1 กรกฎาคม 2568 – RSPO ประเทศไทย ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุมท่าวัง 2 โรงแรมวังใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการทางการเงินอย่างยั่งยืนให้แก่กลุ่มเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทย การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างการรับรู้ถึงต้นแบบของกลุ่มเกษตรกรอิสระและกลุ่มภายใต้การบริหารจัดการของโรงงานที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการการเงินอย่างยั่งยืน รวมถึงการระดมความคิดเห็นเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืน ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งการอบรมได้รับความสนใจจากกลุ่มเกษตรกรกว่า 10 กลุ่ม ครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรกรเก่าและกลุ่มใหม่ รวมถึงทุกรูปแบบการดำเนินงาน ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ นับเป็นการรวมตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในส่วนต้นน้ำของอุตสากรรมปาล์มน้ำมัน

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

การอบรมเริ่มต้นด้วยการบรรยายจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพ์พา คณะนวัตกรรมการเกษตร ประมง และอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ท่านได้นำเสนอแนวคิดเชิงวิชาการและแบ่งปันประสบการณ์จากการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการการเงินอย่างยั่งยืน ต่อมา อาจารย์เชาวลิต วุฒิพงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนศรีเจริญ ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรอิสระ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเข้มแข็งของกลุ่ม และการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตผ่านฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ด้านคุณวีระยุทธ วิโรจน์วรรณกุล ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนเทพพิทักษ์ปาล์ม ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรภายใต้การสนับสนุนของโรงงาน ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาและประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างเกษตรกรภายในกลุ่มและโรงงานในช่วงบ่าย ผู้เข้ารับการอบรมได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายในการบริหารจัดการการเงินของกลุ่ม แนวโน้มในอนาคต รวมถึงแนวทางและประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ RSPO ประเทศไทย ในการนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดทำโครงร่างคู่มือการบริหารจัดการการเงินของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอย่างยั่งยืนต่อไป

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

การอบรมในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากวิทยากรเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูล แนวคิด และวิสัยทัศน์จากผู้เข้าร่วมอบรม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการการเงินสำหรับเกษตรกรรายย่อยในอนาคต การผนวกรวมแนวคิดเชิงวิชาการ ประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานจริง และความต้องการของผู้ใช้งานคู่มือ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์คู่มือที่มีความครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานจริง เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนทางการเงินของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทย

“2024 P&C Standard Update Workshop” Fosters Knowledge Exchange on New Sustainable Palm Oil Standard

SURAT THANI, Thailand – 2 July 2025 – RSPO Thailand successfully held a workshop titled “2024 P&C Standard Update Workshop” at the Busarakam Meeting Room, Diamond Plaza Hotel. The primary objective of this event was to cultivate understanding and readiness among medium and large-scale palm oil growers regarding the forthcoming 2024 Principles and Criteria (P&C) Standard. The aim is to enable these growers to effectively implement the updated standard for sustainable palm oil cultivation in accordance with RSPO guidelines. Furthermore, the workshop served as a crucial forum for exchanging experiences and feedback on the new standard, establishing a vital foundation for the subsequent National Interpretation (NI) process. The assembly included representatives from prominent medium and large-scale palm oil growing organisations across Thailand.

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

The workshop commenced with a presentation by Radda Larpnun, Technical and Market Transformation Manager of RSPO Thailand. She provided comprehensive information on the draft of the new P&C Standard, which is scheduled for official implementation on 13 November 2025. This included detailed explanations of changes to key indicators, ensuring participants fully grasped the rationale behind these revisions. Moreover, attendees were given the opportunity to delve into the specifics of the indicators across all seven principles of the new standard. This fostered a thorough understanding and facilitated robust discussions on the practicalities of implementation within the Thai context. These discussions are particularly significant as they will directly inform the National Interpretation process, set to be undertaken by Thailand’s dedicated National Interpretation Task Force (NITF) in the near future. Preliminary discussions also took place regarding the selection of representatives from medium and large-scale growers to join this crucial NITF.

Following this workshop, RSPO Thailand will maintain close collaboration with medium and large-scale farmer groups. This sustained engagement aims to jointly enhance the value of Thailand’s sustainable palm oil, ensuring it meets world-class quality standards. This commitment encompasses providing operational support, fostering knowledge creation, and coordinating collaborative efforts throughout Thailand’s palm oil supply chain and the global market.

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

RSPO ร่วมกับ มอ. ม.วลัยลักษณ์ จับมือจัดสัมมนาวิชาการปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ประจำปี 2568

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

RSPO ร่วมกับ มอ. ม.วลัยลักษณ์ จับมือจัดสัมมนาวิชาการปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ประจำปี 2568
“เชื่อมความยั่งยืน: เส้นทางความร่วมมือในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย”

30 มิถุนายน 2568  โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี: อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันถือเป็นกำลังสำคัญของภาคการเกษตรไทย ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ การจ้างงาน และความมั่นคงทางอาหาร ในยุคที่ความยั่งยืนและมาตรฐานสากลมีบทบาทสำคัญต่อการค้าโลก RSPO เครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (TASPO) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และภาคีเครือข่าย ได้จัดงาน สัมมนาวิชาการปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ประจำปี 2568 (Thailand Sustainable Palm Oil Symposium 2025) ภายใต้แนวคิด “เชื่อมความยั่งยืน: เส้นทางความร่วมมือในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย”

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

งานสัมมนาครั้งนี้ มุ่งเป็นเวทีระดับชาติในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรม และร่วมกันผลักดันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดส่งออกทั่วโลก

เริ่มจากการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พูดถึง การเชื่อมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเอเชีย โดย Mr. Kamal Prakash Seth ผู้อำนวยการด้านปาล์มน้ำมันโลก จาก WWF คุณอัสนี มาลัมพุช ประธานเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย 

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

ต่อด้วยการเวทีเสวนาหัวข้อ “จับตาแนวโน้มปาล์มน้ำมันยั่งยืนของไทย” โดยได้รับเกียรติจาก คุณศาณินทร์ ตริยานนท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย ผศ.ดร.ไชยยะ คงมณี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มหาวิทยาลัยสงขลา- นครินทร์ และคุณชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายเรื่อง การวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของเกษตรกรรายย่อย นวัตกรรม โอลิโอเคมีเคิล เพื่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน และเวทีเสวนาเรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีสู่การเป็นปาล์มน้ำมันยั่งยืน ความท้าทายการขับเคลื่อนโอลิโอเคมีเคิลเพื่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ รศ.ดร.ธีรศักดิ์ ปั้นวิชัย คุณศุภชัย จินตนาเลิศ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตโอลิโอเคมี คณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ

พร้อมทั้งบรรยายพิเศษ หัวข้อ “จากธุรกิจฐานราก สู่เวทีโลก: ศักยภาพน้ำมันปาล์มยั่งยืนไทย” โดย คุณประกิต ประสิทธิ์ศุภผล นายกสมาคมผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มประเทศไทย

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม เกษตรกรรายย่อย นักวิจัย นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้นำด้านน้ำมันปาล์มยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

EXIM BANK จับมือ RSPO ยกระดับปาล์มน้ำมันไทยสู่ความยั่งยืน

By Chick_Curry
เผยแพร่ครั้งแรก ใน https://kinyupen.co/2025/05/22/eximbank-mou-rspo/ May 22, 2025

ปาล์มน้ำมันนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และโอเลโอเคมิคอล รวมทั้งมาตรการภาครัฐในการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลโดยผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันมากกว่า 30 ล้านเฮกตาร์ เกาะกลุ่มอยู่ในบริเวณแนวเส้นศูนย์สูตร 3 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ ส่งผลให้ประเด็นความยั่งยืนจึงถูกหยิบยกมาพูดถึงกันมากขึ้นในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมส่งผลต่อการขยายพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งอาจจะเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่า

ปัจจุบันไทยป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 3 ของโลก รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ด้วยพื้นที่ปลูกกว่า 6.3 ล้านไร่ ทำให้ไทยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในชาติที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันของโลกสู่ความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จึงได้ร่วมมือกับองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในภาคธุรกิจปาล์มน้ำมันของไทย พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานสากลและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญของไทยให้มุ่งสู่มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน ช่วยสร้างการจ้างงานและนำไปสู่รายได้ทั้งในภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป และส่งออกตลอดต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในโลกยุคใหม่

“การปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่ยังมีอีกมากในโลกการค้ายุคใหม่ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น EXIM BANK จึงจับมือกับ RSPO เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรระดับโลกภายใต้กรอบ ISEAL Alliance ที่สนับสนุนมาตรฐานความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ รองรับเทรนด์การค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” นายบัณฑิต กล่าว

ภายใต้ MOU ดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อสนับสนุนระบบการตรวจสอบแบบย้อนกลับ (Traceability) สืบย้อนกลับได้ถึงแหล่งกำเนิดตั้งแต่ต้นจนถึงมือผู้บริโภค อาทิ การลดการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation-free) การลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) รวมถึงการยกระดับด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทย เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดการค้าโลก โดยเฉพาะการรุกตลาดที่มีข้อกำหนดเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรไทย ในฐานะที่ EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังที่มีพันธกิจในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และ RSPO เป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานความยั่งยืนปาล์มน้ำมันระดับนานาชาติ

นายมูฮัมหมัด ชาซาลีย์ Head of Certification ของ RSPO กล่าวว่า การสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไม่ใช่เพียงหน้าที่ของผู้ใดผู้หนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อให้สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันให้เติบโตอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ด้านนายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK บรรยายในการเสวนาหัวข้อ “ความรับผิดชอบร่วม-ยกระดับปาล์มน้ำมันไทยสู่ความสำเร็จในตลาดโลก” แก่สมาชิก RSPO ว่า ในฐานะตัวแทนจากภาคการเงินในการส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย และแนวทางการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน EXIM BANK พร้อมดำเนินบทบาทส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยผ่านยุทธศาสตร์ “Sustainable Growth Escalator (ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็น ESG)” โดยสอดคล้องกับพันธกิจในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคสู่ความยั่งยืนของธนาคาร โดยอาศัยข้อได้เปรียบของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย คือ ไม่มีข่าวด้านลบ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การเผาทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่างจากในหลายประเทศ ทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาต่างชาติ หากได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม ไทยจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมนี้ และขยายตลาดในระดับสากลได้มากยิ่งขึ้น

EXIM BANK เป็นกลไกของภาครัฐที่มุ่งดำเนินบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุน Climate Finance ของไทย นำผู้ประกอบการไทยสยายปีกสู่ธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยให้เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้ ESG Portfolio ของ EXIM BANK เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับ 40% ของ Portfolio ทั้งหมดในปัจจุบัน และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2570

เผยแพร่ครั้งแรก ใน https://kinyupen.co/2025/05/22/eximbank-mou-rspo/ May 22, 2025

RSPO ประเทศไทย ร่วมมือกับคณะวิจัย ม.วลัยลักษณ์จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการยกระดับลานเทปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 
ณ ห้องประชุมท่าวัง 2 โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฎร์ธานี

องค์การเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) ร่วมกับคณะวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำเสนอผลการศึกษาขั้นต้น เรื่อง “การยกระดับลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืนของ RSPO” โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา จำนวน 20 คน เพื่อร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนา และขยายผลการศึกษาสู่การปฏิบัติจริง ในการยกระดับลานเทปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืน ของ RSPO

ผศ.ดร.สมใจ หนูผึ้ง อาจารย์จากสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอวัตถุประสงค์ กรอบการวิจัย ผลการศึกษาเบื้องต้น และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าลานเทปาล์มน้ำมันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรรายย่อยและโรงสกัดปาล์มน้ำมัน แต่ลานเทปาล์มน้ำส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืนของ RSPO ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณปาล์มน้ำมันยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และคุณภาพของปาล์มน้ำมัน นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้มีการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการรวมกลุ่มของลานเทปาล์มน้ำมันที่มีศักยภาพในการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนโอกาสในการพัฒนากลยุทธ์ในการยกระดับลานเทปาล์มน้ำมันของไทยให้ได้รับมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืน

การวิจัยนี้ยังได้ระบุช่องว่างด้านกฎหมายและนโยบายของไทย และได้เสนอแนวทางในการจัดการช่องว่างดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันไทย เช่น

  • การจัดทำมาตรฐานความยั่งยืนเฉพาะสำหรับลานเทผลปาล์มน้ำมัน
  • การพัฒนารูปแบบการรับรองกลุ่มสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กอิสระ
  • การยกระดับระบบการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงงานสกัดและลานเท เพื่อรักษาความแยกแยะของผลผลิตที่ผ่านการรับรอง

นอกจากนี้ ประชุมได้อภิปรายผลการศึกษา โดยมีผู้ประกอบการแสดงความสนใจที่จะดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน RSPO และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น รวมทั้ง เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคการเงิน ในการมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับลานเทปาล์มน้ำมันของไทย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมแนะนำให้มีการศึกษาเชิงเศรษฐศาสตร์เพิ่มเติม โดยเฉพาะผ่านการวิจัยร่วมกันระหว่าง RSPO และสถาบันการศึกษา เพื่อประเมินต้นทุนและผลตอบแทนจากการรับรองมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืน และพัฒนารูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ คณะวิจวิจัยจะนำข้อเสนอแนะจากการประชุมไปปรับปรุงรายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำร่องและริเริ่มกิจการยกระดับ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะยกระดับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความยั่งยืนในการรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มยั่งยืนที่ผ่านการรับรองของประเทศไทย และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

การรับรอง RSPO เพิ่มมูลค่าทางการเงินให้เกษตรกรปาล์มน้ำมันไทย

©TASPO.co

การศึกษาใหม่ล่าสุดที่เผยแพร่ใน TEM Journal เรื่อง ผลประโยชน์ทางการเงินที่จับต้องได้ของสวนปาล์มน้ำมันในประเทศไทย: เปรียบเทียบระหว่างสวนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO และสวนที่ไม่ได้รับการรับรอง โดย ผศ.ดร.อนุมาน จันทวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และคณะ ชี้ให้เห็นว่า เกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO สามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ไม่ได้รับการรับรอง โดยผลวิจัยพบว่า กลุ่มเกษตรกรที่ผ่านการรับรองมีผลตอบแทนสุทธิมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับรองตั้งแต่ 0.13 – 1.10 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดการของกลุ่มเกษตรกร

งานวิจัยนี้วิเคราะห์เกษตรกร 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
✅ กลุ่มที่มีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ – ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.34 บาท/กก.
✅ กลุ่มสหกรณ์ – มีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 0.70 บาท/กก.
✅ กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากโรงงานสกัด – ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นระหว่าง 0.13 – 1.10 บาท/กก.

งานวิจัยยังเสนอแนะให้ภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการเงิน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือเงินช่วยเหลือค่าธรรมเนียมการรับรอง เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรฐาน RSPO พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ด้านเกษตรกรรมที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนของเกษตรกร

รวมพลังสร้างปาล์มน้ำมันไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐาน RSPO

©ประชาสัมพันธ์ สสจ.

กรมส่งเสริมการเกษตร จัด Kick off การขับเคลื่อนปาล์มน้ำมัน “รวมพลังสร้างปาล์มน้ำมันไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐาน RSPO” ณ โรงแรมแก้วสมุย รีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ 15 มกราคม 2568 นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยนายวุฒิชัย ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร เข้าร่วม งาน Kick off การขับเคลื่อนปาล์มน้ำมัน “รวมพลังสร้างปาล์มน้ำมันไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐาน RSPO” โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด Kick off ฯ พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันของไทย เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมการผลิตที่มีมาตรฐาน สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก สอดคล้องกับนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ ความรู้ ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสู่การใช้มาตรฐาน RSPO ฉบับใหม่ ปี ๒๕๖๗ และ Prisma : ระบบการรับรอง การค้า และตรวจสอบย้อนกลับ การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและจัดการสวนปาล์มน้ำมันที่เป็นเลิศ และเพื่อสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมัน ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ให้ก้าวไกลไปในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีเจ้าหน้าที่ เกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน องค์กรเจรจาระหว่างประเทศ ว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน RSPO และบริษัทเอกชน เข้าร่วมงาน จำนวนทั้งสิ้น 250 ราย

©ประชาสัมพันธ์ สสจ.
©ประชาสัมพันธ์ สสจ.
©ประชาสัมพันธ์ สสจ.
©ประชาสัมพันธ์ สสจ.

ทั้งนี้ได้มีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสนับสนุนการรวมกลุ่มและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยของสุราษฎร์ธานีให้ได้รับการรับรองกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืนตามมาตรฐานโลก RSPO ระหว่าง บริษัทเพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันยั่งยืนสุราษฎร์ธานี

Photo: ©ประชาสัมพันธ์ สสจ.