RSPO และ TASPO ร่วมขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันยั่งยืน ยกระดับบูรณาการและนวัตกรรม สร้างประโยชน์เหนือกว่ามาตรฐาน RSPO สู่โอกาสในตลาดคาร์บอนเครดิต

RSPO และ TASPO ผนึกกำลังครั้งสำคัญในงาน PALMEX Thailand 2026 มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันยั่งยืน ผ่านการยกระดับการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ควบคู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างประโยชน์ที่เหนือกว่าเพียงการรับรองมาตรฐาน RSPO ด้วยการผลักดันเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสในตลาดคาร์บอนเครดิตระดับสากล

สุราษฎร์ธานี, 6 – 7 สิงหาคม 2569: RSPO ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Alliance for Sustainable Palm Oil หรือ TASPO) ได้เข้าร่วมเป็นองค์กรสนับสนุนหลักในงาน PALMEX Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มประเทศไทย ร่วมกับบริษัท Firework Media จำกัด ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สหกรณ์สุราษฎร์ธานี (CO-OP) จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานดังกล่าวเป็นการรวมตัวของผู้มีส่วนได้เสียที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการส่งเสริม ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทย ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง และแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลาง ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างมาตรฐานการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ให้สอดคล้องกับมาตรการทางการค้า และมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดกิจกรรมภายในงาน RSPO และ TASPO ร่วมมือกันจัดกิจกรรมการปาฐกถาพิเศษ และเวทีเสวนา เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมันยั่งยืนของประเทศไทย ให้เกิดการเชื่อมร้อย การบูรณาการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตามมาตรฐาน RSPO โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • การกล่าวต้อนรับโดย คุณอัสนี มาลัมพุช นายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์มประเทศไทย ที่ได้เน้นย้ำถึงโอกาส และการปรับตัวของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย โดยเฉพาะการเพาะปลูก ปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO ที่จะกลไกสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน การผลิต และสร้างรายได้หรือได้รับเงินเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ส่งออกในตลาดโลก อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ตลาดภายในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังก้าวไปสู่ การส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศ ดังนั้น การพัฒนาสัดส่วนปาล์มน้ำมันให้ตอบสนอง ความต้องการของคู่ค้าในระดับสากล จะช่วยให้ปาล์มน้ำมันไทยได้คะแนนด้านความยั่งยืน (Sustainability Score) ที่สูงขึ้น และส่งผลให้ได้ราคาขายที่ดีขึ้นตามไปด้วย
  • การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทใหม่ของประเทศไทยในมิติปาล์มน้ำมันยั่งยืน” ของคุณศุภชัย จินตนาเลิศ (ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ที่มุ่งผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยปรับเปลี่ยนความคิด จากการกังวล เรื่องราคาที่ควบคุมไม่ได้ มาให้ความสำคัญกับการจัดการ ต้นทุน และผลผลิต ที่เราสามารถบริหารจัดการได้จริง โดยขับเคลื่อนอย่างสอดประสานกันผ่านสามมิติหลัก ได้แก่ มิติปลายน้ำ ที่เปลี่ยนผ่านวัสดุเหลือใช้ (By-products) ให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูงแห่งอนาคต มิติกลางน้ำ ของโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่ต้องร่วมยกระดับอัตราการสกัดน้ำมันดิบ (OER) ให้ได้มาตรฐาน ร้อยละ 20 เท่าเทียมคู่แข่งต่างประเทศ พร้อมดำเนินการแยกเกรดผลผลิต เพื่อจ่ายค่าพรีเมียมให้แก่เกษตรกรที่ตั้งใจทำสวนอย่างมีคุณภาพ  และสุดท้าย คือ มิติต้นน้ำ ของเกษตรกรด้วยการทำเกษตรแม่นยำ โดยปฏิวัติวิธีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแบบเดิมมาเป็น ใส่ทีละน้อยแต่ใส่ทุกเดือน รวมถึง การทำระบบน้ำต้นทุนต่ำ การใช้แอปพลิเคชัน บันทึกข้อมูลแบบรายต้นแทนรายแปลง เพื่อคัดกรองต้นปาล์มที่ไม่คุ้มค่าปุ๋ยออก  และการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตด้วย AI
  • การเสวนาในหัวข้อ “บทบาทผู้นำระดับพื้นที่: การยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ผ่านกลไกความร่วมมือพหุภาคี” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย สู่มาตรฐานสากลด้วยการแก้ไขข้อจำกัดในเชิงปฏิบัติจริงจากพื้นที่เพาะปลูกหลัก โดย คุณพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล (ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี) ชี้ว่าการยกระดับสู่มาตรฐาน RSPO เป็นโอกาสสำคัญในการควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการรณรงค์การตัด และส่งมอบทะลายปาล์มคุณภาพ เพื่อยกระดับอัตราการสกัดน้ำมัน (OER) พร้อมเสนอแนวทางให้สภาอุตสาหกรรม และเอกชนร่วมจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพื่อลดภาระต้นทุนของเกษตรกร และสร้างโมเดลความร่วมมือแบบวงจร (Value Chain Loop) ที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ด้าน คุณวิญญ์ สิทธิเชนทร์ (ผู้แทน อบจ.สงขลา) ได้เสนอโมเดลการบริหารงานภาครัฐระดับท้องถิ่น ด้วยการริเริ่มจัดตั้ง “กองส่งเสริมการเกษตร” ภายใต้ อบจ. ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงาน ระหว่างภาควิชาการ และภาคเอกชนในการรวมกลุ่ม และให้ความรู้แก่เกษตรกร จนมีผู้สมัครใจเข้าสู่มาตรฐาน RSPO ในระยะแรกได้กว่าหนึ่งหมื่นไร่ ขณะที่ คุณมนตรี ณ นคร (ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด) ได้สะท้อนเสียงสะท้อนจากกลุ่ม เกษตรกรรายย่อยยังขาดแรงจูงใจในการเข้าสู่ระบบ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องที่ดินขนาดเล็ก โครงสร้างประชากรเกษตรกรสูงอายุที่มีอุปสรรคในการจัดการเอกสาร และข้อมูล อีกทั้ง ยังติดขัดข้อจำกัดด้านระเบียบของภาครัฐที่ยังไม่สอดรับกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุด ความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ให้เติบโตอย่างยืดหยุ่นในตลาดโลก จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการบูรณาการความร่วมมือพหุภาคี 3 ประสาน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และเครือข่ายสหกรณ์ เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของเกษตรกรรายย่อย ผู้เป็นฐานรากสำคัญ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  • การเสวนาในหัวข้อ “คาร์บอนเครดิต: ก้าวที่เหนือกว่าการรับรองมาตรฐาน RSPO” ได้สะท้อนถึงโอกาสการสร้างมูลค่าเพิ่ม และรายได้เสริมของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ผ่านตลาดคาร์บอน โดย ดร.กาญจนา ขวัญเมือง (รองเลขาธิการ สศก.) ชี้ว่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชยืนต้นที่มีศักยภาพสูงในการดูดซับ และกักเก็บคาร์บอน ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งผลัก ดันเชิงนโยบายเพื่อวางตำแหน่งปาล์มไทย ให้เป็นสินค้าพรีเมียมและยั่งยืนในเวทีโลก เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าที่เข้มงวด ด้าน รศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา (ม.อ. วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี) ได้เผยความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน นิคมสหกรณ์พนม ซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบที่สามารถขึ้นทะเบียนโครงการ Standard T-VER ได้เป็นรายแรก โดยคาดว่าจะลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 50,469 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ที่ลงนามความร่วมมือ (MOU) รับซื้อคาร์บอนเครดิตโดยจ่ายเงินเพิ่มรวมเข้าไปในราคาผลปาล์มสด เพื่อจูงใจเกษตรกร ขณะที่ คุณธวัช ลาสสกุล (ผู้จัดการกลุ่มนิคมสหกรณ์พนม) ได้ให้มุมมองว่า แม้ในช่วงแรกจะมีคำถามจากสมาชิกเรื่องความคุ้มค่า แต่ด้วยฐานระบบข้อมูลที่ดีจากการทำมาตรฐาน RSPO มายาวนาน ประกอบกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การหันมาใช้เครื่องตัดหญ้าแทนสารเคมีถึง ร้อยละ 90 ช่วยให้สวนปาล์มคงสภาพสมบูรณ์ และช่วยเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยจากเดิม 2,600 เป็น 3,200 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี และคุณธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ (GIZ) ที่เผยผลการวิเคราะห์ว่ากิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในสวนปาล์ม คือ การใช้ปุ๋ยไนโตรเจน จึงนำมาสู่การทำแปลงสาธิตร่วมกับ บมจ. โกลบอล กรีม เคมิคัล หรือ GGC ที่หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน และการปลูกพืชร่วม ซึ่งช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุ และคาร์บอนสต็อกในดินอย่างได้ผล พร้อมเปิดเผยแผนการนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม โดรน และระบบ LiDAR เข้ามาช่วยตรวจวัดความสูงของต้นปาล์ม แทนแรงงานคน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน และข้อจำกัดในการเก็บข้อมูลรายแปลงให้กับเกษตรกรรายย่อยในอนาคตได้

ตลอดจนการจัดบูธนิทรรศการของ RSPO ซึ่งภายในบูธมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การจัด คลิกนิกปาล์มยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษาด้านการรับรองมาตรฐาน RSPO มีให้คำปรึกษา ประกอบด้วย รศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา และคุณสุกัญญา ศรีสุบัติ เครือข่ายพี่เลี้ยงเกษตรกร ปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย มาร่วมให้คำปรึกษาแก่สมาชิก RSPO และผู้ที่มาร่วมงาน ตลอดจนการจัดมินิเกมส์ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ท้ายที่สุดนี้ RSPO ประเทศไทย TASPO สมาชิก RSPO สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย จะร่วมมือกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยในระดับโลก และเ็นส่วนหนึ่งของการยกระดับด้านการเปลี่ยนระบบห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์มให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อสังคม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

RSPO and TASPO Join Collaboration at PALMEX Thailand 2026, Aiming to Promote the Sustainable Palm Oil Industry Through Enhanced Integration of All Sectors, Coupled with Innovation to Boost Production Efficiency, While Unveiling a New Vision to Create Benefits Beyond RSPO Certification by Pushing Thai Farmers and Operators Toward Opportunities in the International Carbon Credit Market

SURAT THANI, THAILAND, 7 August 2026 — The Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) Thailand, in collaboration with the Thailand Alliance for Sustainable Palm Oil (TASPO), served as a principal supporting partner at PALMEX Thailand 2026, held from 6 to 7 August at the Surat Thani Co-op Exhibition Centre (CO-OP). Organised jointly by the Palm Oil and Oil Palm Association of Thailand and Fireworks Media Co., Ltd., the conference convened key sector leaders to advance sustainable supply chain integration, adopt advanced processing technologies, and implement circular economy principles. The event underscored a shared commitment to strengthening the international competitiveness of Thai palm oil while aligning national production with global sustainability standards and emerging carbon market mechanisms.

Opening the proceedings, Mr Asanee Mallamphut, President of the Thai Palm Oil Refinery Association, highlighted the strategic necessity of adopting RSPO standards. He noted that sustainable cultivation enables farmers to optimize production costs while elevating Thailand’s global sustainability score—a vital factor for securing premium market access as the national sector transitions toward export-oriented growth.

In a keynote address titled “Thailand’s New Role in Sustainable Palm Oil,” Mr Supachai Jintanalert, Chairman of the Palm Oil Industry Group at the Federation of Thai Industries (FTI), urged the industry to pivot its focus from market price volatility to internal cost and yield management. He outlined a comprehensive three-pillar framework that begins with downstream operations focused on converting industrial by-products into high-value bio-based materials. In midstream processing, the strategy targets raising the Crude Palm Oil Extraction Rate (OER) to a standard target of 20 per cent alongside establishing quality-based price premiums for high-grade Fresh Fruit Bunches (FFBs). Finally, upstream cultivation centers on transitioning to precision agriculture, incorporating monthly micro-fertilisation, low-cost irrigation networks, tree-level data tracking via mobile applications, and AI-assisted crop management.

The panel discussion “Local Leadership: Elevating Sustainable Palm Oil Production through Multi-Stakeholder Mechanisms” addressed operational realities across primary growing districts. Mr Pornpipat Prasitsuphon, Chairman of the FTI Surat Thani Chapter, emphasised that delivering high-quality FFBs is fundamental to improving extraction rates and proposed co-funding mechanisms between industry groups and local authorities to reduce certification costs for growers. Representing the Songkhla Provincial Administrative Organisation (PAO), Mr Winn Sittichen detailed the creation of Thailand’s first PAO-level Agricultural Promotion Division, an initiative that bridged academic expertise and private-sector support to enroll over 10,000 rai into RSPO certification during its initial phase. Highlighting smallholder realities, Mr Montri Na Nakorn, Manager of the Krabi Oil Palm Farmers Cooperatives Federation Ltd., noted structural obstacles such as small plot sizes, aging farmer demographics, and administrative complexity. He stressed that sustained progress relies on a tri-partite partnership comprising central government bodies, local authorities, and cooperative networks to ensure inclusive development that leaves no grower behind.

The session “Carbon Credits: A Step Beyond RSPO Certification” examined market opportunities arising from climate mitigation efforts. Dr Kanjana Kwanmuang, Deputy Secretary-General of the Office of Agricultural Economics (OAE), outlined national policy initiatives positioning palm oil as a high-capacity carbon sequestration crop, supporting Thailand’s readiness against stringent international trade measures. Assoc. Prof. Dr Benchamaporn Pimpa from Prince of Songkla University (Surat Thani Campus) shared outcomes from the Phanom Cooperative Settlement Large-Plot Community Enterprise—the first smallholder group to register under the Standard T-VER framework. The project is projected to sequester or reduce approximately 50,469 tonnes of CO₂ equivalent annually, backed by private sector MOUs that integrate carbon value directly into fresh fruit bunch purchasing prices. Reflecting on operational shifts, Mr Thawat Lasakul, Manager of the Phanom Group, observed that data systems established for RSPO compliance enabled a 90 per cent reduction in chemical herbicide use through mechanical mowing, contributing to an increase in average yield from 2,600 kg to 3,200 kg per rai annually. Furthermore, Mr Thitinai Pongpiriyakit from GIZ detailed joint pilot trials with Global Green Chemicals PCL (GGC) focused on replacing synthetic nitrogen fertilisers with organic inputs and intercropping. He also outlined upcoming deployments of satellite imagery, drones, and LiDAR technology to streamline tree-height measurements, lowering data-collection costs for smallholders.

Complementing the formal sessions, RSPO Thailand hosted an interactive exhibition featuring the “Sustainable Palm Clinic”. Technical guidance on certification standards was delivered by Assoc. Prof. Dr Benchamaporn Pimpa and Ms Sukanya Srisubut from the Thai Sustainable Palm Oil Facilitator Network. The booth also featured educational engagements designed to raise awareness of certified sustainable palm oil products among conference delegates.

RSPO Thailand, TASPO, and their civil society and academic partners reaffirm their commitment to fostering multi-stakeholder alliances, reinforcing smallholder resilience, and supporting a palm oil supply chain that is environmentally responsible, socially equitable, and economically sound.

การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทย | DRIVING THAILAND’S SUSTAINABLE PALM OIL TRANSFORMATION

📣 RSPO ประเทศไทย ขอเชิญสมาชิก TASPO และผู้ที่สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งใน “การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทย (DRIVING THAILAND’S SUSTAINABLE PALM OIL TRANSFORMATION)” ในงาน PALMEX ประเทศไทย ประจำปี 2569 🇹🇭

เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดทั้งงาน:

📍 เยี่ยมชมบูธ RSPO (หมายเลข 130 และ 132) ร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐาน RSPO พร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดใน “คลินิกปาล์มยั่งยืน”

6 ส.ค. 69 (10.00 – 16.00 น.): พบกับ คุณสุกัญญา ศรีสุบัติ (เครือข่ายพี่เลี้ยงเกษตรกรรายย่อย)

6 ส.ค. 69 (13.00 – 16.00 น.): พบกับ รศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา (มอ. วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี)

7 ส.ค. 69 (13.00 – 16.00 น.): พบกับ คุณธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ (Alternate Board of Governance, RSPO)

🎤 พลาดไม่ได้! กับเวทีเสวนาเจาะลึกทิศทางและโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย (วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ เวทีกลางงาน PALMEX)

10.05 – 10.20 น.: ปาฐกถาพิเศษ “บทบาทใหม่ของประเทศไทยในมิติปาล์มน้ำมันยั่งยืน” โดย คุณศุภชัย จินตนาเลิศ (ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ส.อ.ท.)

10.20 – 11.10 น.: เสวนา Session 1 “บทบาทผู้นำระดับพื้นที่: การยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ผ่านกลไกความร่วมมือพหุภาคี”

11.10 – 12.00 น.: เสวนา Session 2 “คาร์บอนเครดิต: ก้าวที่เหนือกว่าการรับรองมาตรฐาน RSPO”

📅 วันที่: 6 – 7 สิงหาคม 2569 🏢 สถานที่: ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ อุบลรัตนราชกัญญา สหกรณ์สุราษฎร์ธานี

🎥 ไม่สะดวกร่วมงาน? สามารถรับชมการเสวนาออนไลน์แบบสด ๆ ได้ ผ่านทาง Facebook Live ที่เพจ “เครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย : TASPO” หรือสแกน QR Code จากในรูปภาพเพื่อรอรับชมได้เลยครับ

มาร่วมกันสร้างอนาคตปาล์มน้ำมันไทยให้ยั่งยืน และเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกไปด้วยกันนะครับ! 💚

IUCN ชี้ RSPO เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ แนะทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืน

องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN เผยแพร่รายงาน Agricultural Standards and Nature Positive ประเมินมาตรฐานภาคการเกษตรโดยสมัครใจ 11 มาตรฐาน เพื่อพิจารณาว่ามาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการคุ้มครองชนิดพันธุ์มากน้อยเพียงใด

รายงานระบุว่า มาตรฐานของ Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่มีความสอดคล้องกับเกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด และได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม “มาตรฐานที่ควรให้ความสำคัญ” ร่วมกับ Rainforest Alliance, UEBT และ Fair for Life (rspo.org)

จุดแข็งของ RSPO ได้แก่ การอนุรักษ์พื้นที่ที่มีคุณค่าสูงต่อการอนุรักษ์ หรือ HCV การคุ้มครองป่าที่มีปริมาณคาร์บอนสูง การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ตลอดจนมาตรการคุ้มครองชนิดพันธุ์หายาก ใกล้สูญพันธุ์ หรือถูกคุกคาม (rspo.org)

อย่างไรก็ตาม IUCN ย้ำว่า มาตรฐานโดยสมัครใจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพได้ จำเป็นต้องดำเนินงานควบคู่กับนโยบายภาครัฐ การจัดการในระดับพื้นที่ ระบบติดตามตรวจสอบที่โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ผู้ผลิต และผู้บริโภค จึงสามารถร่วมสนับสนุนแนวทางของ RSPO ได้ผ่านการจัดซื้อและเพิ่มการใช้ปาล์มน้ำมันที่ผ่านการรับรอง การสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงมาตรฐาน และการลงทุนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ผลิต

ผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนว่า RSPO ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือรับรองสินค้า แต่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการผลิตปาล์มน้ำมันเข้ากับเป้าหมายการหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติในระยะยาว

งานเสวนาปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ครั้งที่ 4

ขอเชิญเข้าร่วมงานเสวนาปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ครั้งที่ 4 (The 4th Thailand Sustainable Palm Oil Dialogue) และงานประชุมสมาชิก RSPO ประเทศไทย ครั้งทที่ 4 (The 4th RSPO Thailand Member Forum)

หัวข้อหลัก: “ปาล์มน้ำมันที่ยืดหยุ่นต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง: เส้นทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย และขับเคลื่อนปาล์มนำ้มันยั่งยืนในตลาดโลก”

🗓️ วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569

📍 สถานที่: โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ เพลินจิต กรุงเทพฯ

เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม

🔗 ข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียน: https://sites.google.com/rspo.org/4thaispod/home?authuser=0

RSPO-ม.อ. เสริมแกร่ง GIS ปูทางศักยภาพปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานระดับสากล

ปั้นศักยภาพบุคลากร ชูความแม่นยำข้อมูลแผนที่ และ Geolocation เสริมแกร่งระบบตรวจสอบย้อนกลับ
รับมาตรฐาน RSPO และ EUDR

จังหวัดตรังและสุราษฎร์ธานี, 27 กุมภาพันธ์ 2569: RSPO ประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ภายใต้บันทึกข้อความความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการ “การพัฒนาเครื่องมือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสมาชิก RSPO ประเทศไทย” ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และผ่านระบบออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ คือ การเตรียมความพร้อมให้แก่สมาชิกสำหรับการปฏิบัติตามหลักการและหลักเกณฑ์ของ RSPO (P&C) ฉบับปี 2024 โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่ 2.3.1 และ 2.3.2 รวมถึงหลักการที่ 4 ของมาตรฐานเกษตรกรรายย่อยอิสระ (RSPO ISH Standard) ที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) โดยการอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคและด้านสารสนเทศกว่า 100 ท่าน จากกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอิสระ ผู้ปลูกปาล์มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โรงสกัดน้ำมันปาล์มอิสระ (IPOM) และภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อยกระดับความแม่นยำของข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (Geolocation) และกระบวนการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (LUCA) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากลอันเข้มงวด

ในส่วนของการฝึกปฏิบัติ หลักสูตรได้มุ่งเน้นการแก้ไขข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่พบบ่อยในการจัดส่งข้อมูล GIS ให้แก่ RSPO อาทิ ข้อมูลคุณลักษณะ (Attribute Data) ที่ไม่ครบถ้วน การใช้ภาษาในการบันทึกข้อมูล และการส่งแบบฟอร์มที่ถูกต้อง หลักสูตรการฝึกอบรมได้ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติจริง เริ่มจากการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม GeoRSPO ตามด้วยการเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยแอปพลิเคชัน Ling หรือ Google Earth และสิ้นสุดที่การประมวลผลขั้นสูงด้วยโปรแกรม QGIS ผู้เข้าร่วมได้รับการฝึกฝนในการจัดทำข้อมูลดิจิทัล (Digitisation) และการคำนวณพื้นที่อย่างแม่นยำเพื่อให้มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 เฮกตาร์ รวมถึงตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งชุดข้อมูล Shapefile ที่สมบูรณ์เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้ากันของระบบข้อมูล กระบวนการนี้ ถือเป็นสาระสำคัญต่อขั้นตอนการฟื้นฟูและชดเชย (RaCP) โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่มาตรฐานมุ่งเน้นการชดเชยตามบริบทเฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ การอบรมยังได้แก้ไขความท้าทายที่ซับซ้อน อาทิ การจัดการพื้นที่ทับซ้อน และการประสานตารางข้อมูลคุณลักษณะให้สอดคล้องกับรหัสสมาชิก เพื่อสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใสตั้งแต่ระดับแปลงปลูก จนถึงโรงสกัด

โดยสรุป โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับมาตรฐานข้อมูลดิจิทัลของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย โดยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 90 ท่าน ที่สามารถบริหารจัดการการกำหนดพิกัดภูมิศาสตร์และการประเมิน LUCA ได้อย่างถูกต้อง สร้างขีดความสามารถทางเทคนิคที่เพิ่มขึ้นนี้ และช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติตามมาตรฐาน RSPO 2024 อย่างเต็มรูปแบบ นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคแล้ว โครงการนี้ยังได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับธรรมาภิบาลข้อมูลภายในภูมิภาค เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล และยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ RSPO ประเทศไทยในการขับเคลื่อนภาคส่วนน้ำมันปาล์มที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีความยั่งยืน เพื่อให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบในระยะยาว

Over 95 technical professionals achieve proficiency in advanced geolocation and land-use mapping, strengthening traceability and compliance with RSPO 2024 Standards across the Thai palm oil sector.

Trang and Surat Thani, 27 February 2026: RSPO Thailand, in collaboration with Prince of Songkla University (PSU) under a formal Memorandum of Understanding (MoU), successfully implemented the “Development of Geographic Information System (GIS) Tools for RSPO Thailand Members Guidance” programme at PSU the Trang and Surat Thani campuses and online platform. The primary objective of this initiative was to ensure member readiness for the RSPO Principles and Criteria (P&C) 2024, specifically Indicators 2.3.1 and 2.3.2, as well as Principle 4 of the RSPO Independent Smallholder (ISH) Standard, which focuses on environmental responsibility and land use, to accommodate the EUDR (European Union Deforestation Regulation) as well. The training sessions targeted a specialised group of more than 100 participants, including technical and information officers from Independent Smallholder groups, medium-to-large-scale growers, Independent Palm Oil Mills (IPOM), and others, aiming to enhance the accuracy of geolocation data and Land Use Change Analysis (LUCA) processes in accordance with rigorous international requirements.

The intensive practical sessions focused on rectifying common technical errors previously identified in GIS data submissions to the RSPO, such as incomplete attribute data, the use of local scripts, and the submission of obsolete forms. The training curriculum guided participants through a comprehensive workflow, beginning with data verification via the GeoRSPO platform, followed by field data collection using the Ling application or Google Earth, and culminating in advanced processing within the QGIS software. Participants were trained in precise digitisation and area calculation to ensure a margin of error within 0.05 hectares, and on the necessity of submitting complete Shapefile sets to prevent system compatibility issues. This process is essential for the Remediation and Compensation Procedure (RaCP), particularly for smallholder groups where the standard emphasises context-specific compensation. Furthermore, the training addressed complex challenges such as resolving overlapping boundaries and synchronising attribute tables with member IDs to establish a transparent traceability system from the plantation level through to the mill.

In conclusion, this programme represents a significant milestone in elevating the digital data standards of the Thai palm oil industry, yielding the tangible outcome of 95 skilled professionals now capable of independently managing geolocation and LUCA assessments. This newfound technical capacity directly mitigates the risk of certificate suspension due to spatial data inaccuracies and accelerates the transition towards full compliance with the RSPO 2024 standards. Beyond technical proficiency, the project has established a robust foundation for data governance within the region, fostering international stakeholder confidence and reaffirming RSPO Thailand’s commitment to driving a transparent, traceable, and sustainable palm oil sector that remains resilient and responsible in the long term.

TASPO ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย กำหนดยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งยกระดับปาล์มน้ำมันไทยสู่ “น้ำมันปาล์มยั่งยืนมาตรฐานโลก”

13 กุมภาพันธ์ 2569 – เครือข่ายปาล์มน้ํามันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Alliance for Sustainable Palm Oil: TASPO) จัดการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ ครั้งที่ 1/2569 ณ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อระดมความเห็นและกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทย ภายใต้บริบทความท้าทายของกติกาสากลด้านสิ่งแวดล้อม (Global Sustainability Mandates) โดยที่ประชุมได้วางกรอบการดำเนินงานสำคัญ มุ่งเน้นการผลักดันนโยบายระดับชาติ (Policy Advocacy) การเชื่อมโยงตลาด และการปิดช่องว่างในระบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะเลขานุการเครือข่าย TASPO กล่าวว่า การขับเคลื่อนในปี 2569 นี้ จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก “การสร้างการรับรู้” สู่ “การปฏิบัติที่เป็นเลิศ” (From Awareness to Best Practices) โดย TASPO จะมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น อาทิ กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) และมาตรฐาน RSPO ฉบับใหม่ (2024 Standards) และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อม

สาระสำคัญจากการประชุมประกอบด้วยยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย

1. การขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนฐานข้อมูล (Evidence-Based Policy Advocacy) ที่ประชุมเห็นชอบให้นำผลสรุปนโยบาย (Policy Brief) จากสถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มาใช้เป็นฐานในการผลักดันประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการโซนนิ่งพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม (Zoning) การสร้างระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อติดตามสต็อกน้ำมันปาล์ม (Centralised Monitoring System) และการผลักดันให้ภาครัฐนำร่องนโยบาย “การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” (Green Procurement) เพื่อสร้างอุปสงค์ต่อสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ

2. โมเดลบูรณาการเพื่อลดช่องว่างในห่วงโซ่อุปทาน (Integrated Supply Chain Model) เพื่อแก้ไขปัญหาการรั่วไหล (Leakage) ของผลผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO จากกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ที่ประชุมได้เสนอ “โมเดล 3 ประสาน” (เกษตรกร-ลานเท-โรงงาน) โดยมุ่งยกระดับ “ลานเท” ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน ผ่าน 3 รูปแบบนำร่อง ได้แก่ โมเดล Credit-based ร่วมกับ Wild Asia, โมเดลสหกรณ์จังหวัดกระบี่, และโมเดลวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

3. การศึกษาตลาดและการสร้างแบรนด์ (Market Intelligence & Branding) TASPO เตรียมดำเนินการศึกษาตลาดเชิงลึก (Scoping Study) เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสของปาล์มน้ำมันยั่งยืนไทยในเวทีโลก โดยมุ่งเป้าไปที่การสร้างแบรนด์ “Thai Palm Prime” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์จากผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ สู่ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพพรีเมียมที่ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งเตรียมจัดทำหนังสือ “Best Practices Coffee Table Book” ในรูปแบบสองภาษา (ไทยและอังกฤษ) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร และนำเสนอให้แก่พันธมิตรระหว่างประเทศ

4. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย (Network Strengthening) ที่ประชุมกำหนดจัดงานใหญ่ประจำปี ได้แก่ Thailand Sustainable Palm Oil Dialogue ครั้งที่ 4 และ RSPO Thai Member Forum ครั้งที่ 4 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เพื่อเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา โดยเน้นประเด็น “ความรับผิดชอบร่วมกัน” (Shared Responsibility) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

คุณอัสนี มาลัมพุช ประธานฯ TASPO ได้สรุปและเน้นย่ำว่า “ความสำเร็จของปาล์มน้ำมันไทยในอนาคต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพ” และ “ความยั่งยืน” ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ การผนึกกำลังของ TASPO ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนความท้าทายของกติกาสากล ให้กลายเป็นโอกาสในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก” 

13 February 2026 – The Thailand Alliance for Sustainable Palm Oil (TASPO) held its 1/2026 Committee Network meeting at the Thailand Environment Institute Foundation to gather opinions and define the strategic direction for driving Thailand’s palm oil industry. This is set against the backdrop of challenges posed by international environmental regulations (Global Sustainability Mandates). The meeting established a key operational framework, focusing on policy advocacy at the national level, market linkage, and closing gaps in the supply chain system for genuine sustainability.

Dr. Wijarn Simachaya, Director of the Thailand Environment Institute and Secretary of the TASPO, stated that the drive in 2026 would mark a transition from “Awareness” to “Best Practices.” TASPO will concentrate on preparing all stakeholders to cope with stricter international trade measures, such as the European Union Deforestation Regulation (EUDR) and the new RSPO Standards (2024 Standards). Furthermore, the focus will be on creating added economic value alongside maintaining environmental stability.

The core agenda of the meeting comprised four main strategies:

1. Evidence-Based Policy Advocacy

The committee agreed to use the Policy Brief from the Palm Oil Research and Innovation Institute, Prince of Songkla University, as a foundation for promoting critical issues. These include managing appropriate planting area zoning, establishing a centralised monitoring system for palm oil stock, and encouraging the government to pioneer a “Green Procurement” policy to create domestic demand for certified products.

2. Integrated Supply Chain Model to Reduce Gaps

To address the leakage of RSPO-certified produce from smallholder farmers, the meeting proposed the “Triple-Partnership Model” (Farmer-Dealer-Mill). This model aims to elevate the “dealer” to meet standard requirements through three pilot formats: the Credit-based Model in collaboration with Wild Asia, the Krabi Provincial Co-operative Model, and the Action Research Model with Walailak University, all designed to build confidence in the traceability system.

3. Market Intelligence & Branding

TASPO plans to conduct a Scoping Study to deeply analyse the potential and opportunities for Thai sustainable palm oil on the global stage. The objective is to build the “Thai Palm Prime” brand, elevating the country’s image from an exporter of commodity goods to a producer of traceable, premium-quality products. They are also preparing a bilingual (Thai and English) “Best Practices Coffee Table Book” to serve as a communication tool and a presentation piece for international partners.

4. Network Strengthening

The meeting scheduled major annual events, namely the 4th Thailand Sustainable Palm Oil Dialogue and the 4th RSPO Thai Member Forum, during the second quarter of 2026. These events will serve as a central platform for the exchange of knowledge and technology between government, private sector, and academia, emphasising “Shared Responsibility” throughout the supply chain.

Mr. Assnee Mallumphut, TASPO Chairman, concluded and underscored that, “The future success of Thai palm oil does not depend solely on the volume of produce, but on its “Quality” and “Sustainability” which must be traceable. TASPO’s combined effort is a critical step that will transform the challenges of international regulations into a competitive opportunity for Thailand in the global market.”

RSPO ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ปักธงปาล์มน้ำมันยั่งยืนในภาคอีสาน

©TASPO

ขอนแก่น, 11-12 กันยายน 2568 – องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั่วประเทศ โดยเข้าร่วมงาน SUGAREX Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อจุดประกายและวางแนวทางการขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย งาน SUGAREX Thailand 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ RSPO ประเทศไทยจึงใช้โอกาสนี้เป็นเวทีหลักในการสร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผ่านนิทรรศการและเวทีเสวนาที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

©TASPO

ภายในงานได้มีการจัดเวทีให้ความรู้ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ อาทิ มุมมองภาคเอกชน โดย คุณไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ นายกสมาคมโรงสกัดน้ำมันปาล์ม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท S.P.O. Agro-Industries จำกัด บรรยายในหัวข้อ “รอบโลก รอบเรื่องปาล์มและการสนับสนุนเกษตรกรจากภาคเอกชน” โดยได้นำเสนอโมเดลความสำเร็จและแนวทางการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรรายย่อยให้สามารถเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน RSPO ได้อย่างยั่งยืน  การสนับสนุนจากภาครัฐ โดย คุณนิภา สงฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมยางพาราและปาล์มน้ำมัน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ความกระจ่างในหัวข้อ “การส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน” ซึ่งได้อธิบายถึงนโยบายและขั้นตอนการสนับสนุนของภาครัฐในการขอรับรองมาตรฐาน สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมเป็นอย่างมาก และกิจกรรมที่สำคัญ คือ วงเสวนาในหัวข้อ “อนาคตปาล์มน้ำมันไทย: เพื่อความอยู่ดีกินดี และความยั่งยืนของเกษตรกร” ซึ่งเป็นการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง นำโดย คุณกมล โสพัฒน์ (ผอ. สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จ.ขอนแก่น), คุณสุกัญญา ศรีสุบัติ (ผู้แทนเครือข่ายพี่เลี้ยงเกษตรกรฯ), และ คุณสุระ ตั๊นวิเศษ (ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมฯ บจก.สุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์ม และผู้จัดการกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มบูรพา) ดำเนินการเสวนาโดย คุณวันดี กริชอนันต์ (ผู้จัดการฝ่ายเกษตรกรรายย่อย RSPO ประเทศไทย) ในเวทีเสวนาได้ข้อสรุปร่วมกันว่า แม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีศักยภาพในการเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีพื้นที่ใดได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ซึ่งถือเป็น “ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์” ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างการรับรู้ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

©TASPO
©TASPO

KHON KAEN, 11-12 September 2025 – The Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) Thailand has highlighted its commitment to supporting the nation’s palm oil farmers by spearheading a strategic push to expand certified sustainable cultivation into Northeast Thailand. The initiative was launched at SUGAREX Thailand 2025, held from 11-12 September at the KICE Convention Centre in Khon Kaen. The international event served as a key platform for the RSPO to engage with farmers and industry stakeholders, using an exhibition and a series of expert-led discussions to build momentum for sustainable practices in the region.

©TASPO

From proven models to practical support, the knowledge-sharing sessions brought together influential voices from both the private and public sectors to create a clear pathway for farmers. Kraiwut Sirianuntapat, President of the Palm Oil Crushing Mill Association and Managing Director of S.P.O. Agro-Industries, shared a private-sector perspective on supporting smallholders. His talk, “Global Palm Oil Insights & Private Sector Farmer Support,” outlined a successful model for helping farmer groups achieve and maintain RSPO certification. This was complemented by the view from the government, with Nipha Songrit, the Department of Agricultural Extension. Her presentation on “Promoting Sustainable Palm Oil Production” detailed the official policies and support mechanisms available to farmers, building confidence and clarifying the steps towards certification. 

©TASPO

The event culminated in a panel discussion titled “The Future of Thai Palm Oil: Farmer Livelihoods and Sustainability.” The session brought together key regional stakeholders to address a critical issue: while Northeast Thailand has significant potential for palm oil cultivation, it currently has no RSPO-certified areas. The panel concluded that this presents a “strategic challenge” requiring close collaboration between all parties to unlock the region’s potential. Moderated by RSPO Thailand’s Smallholder Manager, Wandee Krichanan, the panel featured key regional voices, including Kamol Sopat (Director, Office of Agricultural Extension and Development, Regional 4th), Sukanya Srisubat(Representative, Farmer Mentor Network), and Sura Tunwiset (Promotion Manager, Suksomboon Palm Oil Co., Ltd.).

This initiative was more than an awareness campaign; it laid the groundwork for a collaborative effort to drive the growth of a high-quality, internationally recognised palm oil industry in Northeast Thailand.

©TASPO

ยกระดับเกษตรกรสงขลาสู่ “ปาล์มน้ำมันยั่งยืน”ตามมาตรฐานสากล RSPO

©TASPO

อบจ. สงขลา ร่วมกับ มอ. และ RSPO ประเทศไทย เตรียมความพร้อมเกษตรกรจังหวัดสงขลา
สู่การรับรองมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืน

สงขลา, 27 สิงหาคม 2568: องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ. สงขลา) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และ RSPO ประเทศไทย จัดฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรจังหวัดสงขลา ในหลักสูตร “การเตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐาน RSPO อย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่การพัฒนาพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสงขลา ตลอดจนการต่อยอดและพัฒนาพืชเศรษฐกิจให้เป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และได้รับมาตรฐานสากล ซึ่งในการฝึกอบรมดังกล่าวมีเกษตรกร ประชาชนและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมมากกว่า 100 คน ในการร่วมกันระดมความคิดเห็น เพื่อยกระดับการปลูกปาล์มน้ำมันของจังหวัดสงขลาให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO หรือมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืน

SayanCHUENUDOMSAVAD

ในการอบรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายอำนวย พิณสุวรรณ รองนายก อบจ.สงขลา เป็นประธานเปิดอบรม และที่ได้เน้นย้ำถึงนโยบายของจังหวัดในการพัฒนาปาล์มน้ำมันซึ่งปัจจุบันเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากพืชอื่นมาสู่การเพาะปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันให้ผลผลิตได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้ ในด้านภาคการศึกษาทาง มอ. โดย ผศ.คำรณ พิทักษ์ จากอุทยานวิทยาศาสตร์ มอ. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก และการอบรมอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเข้าสู่มาตรฐาน RSPO พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมของหน่วยงานในการส่งเสริมเกษตรกร ขณะที่ ผศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา จากคณะนวัตกรรมการเกษตร ประมง และอาหาร มอ.  วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้บรรยาย เรื่อง การประยุกต์ใช้มาตรฐาน RSPO สำหรับเกษตรกรรายย่อยและการวางแผนงานวิจัย ซึ่งทางคณะวิจัยได้รับการจัดสรรทุนวิจัยในโครงการ “ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนแบบบูรณาการสู่เกษตรกรองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา” ซึ่งเป็นโครงการในการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในจังหวัดสงขลา สู่การรับร้องมาตรฐาน RSPO ตลอดจนการบูรณาการการเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร เครือข่ายรับซื้อผลผลิต และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ RSPO ประเทศไทย ได้แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร และให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับขั้นตอนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการรับรองมาตรฐาน RSPO พร้อมด้วยการแบ่งปันประสบการณ์จริงจาก คุณอรพรรณ พริพล และคุณศราวร เย่าตัก ตัวแทนจากกลุ่มเกษตรกรรายย่อยอิสระที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO แล้ว ทั้งด้านการบริหารจัดการกลุ่ม และการจัดการสวนตามมาตรฐาน ในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้แบ่งกลุ่มตามอำเภอเพื่อร่วมระดมความคิดเห็นอย่างเข้มข้น วิเคราะห์บริบทของแต่ละพื้นที่ กำหนดเป้าหมาย และวางแผนการดำเนินงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้แต่ละพื้นที่เกิดความเชื่อมโยงและพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน RSPO ผลการระดมสมองพบว่า เกษตรกรในสงขลามีความพร้อมอย่างสูง และยังได้ระบุถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งรวมถึงสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ภายหลังจากการอบรม อบจ.สงขลาจะเปิดรับสมัครเกษตรกรผู้สนใจอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการยกระดับจังหวัดสงขลาสู่การเป็น “จังหวัดที่มีการปลูกปาล์มน้ำมันยั่งยืนชั้นนำของประเทศ” ต่อไปในอนาคต

Songkhla PAO, PSU, and RSPO Thailand Partner Up to Prepare Farmers for Sustainable Certification

©TASPO

SONGKHLA, 27 August 2025: The Songkhla Provincial Administrative Organisation (Songkhla PAO), in collaboration with Prince of Songkla University (PSU) and RSPO Thailand, hosted a crucial training session today for local farmers. The programme, titled “Getting Ready for Sustainable RSPO Certification,” was designed to equip farmers with the knowledge and tools needed to elevate their palm oil production to international standards. Over 100 farmers, local residents, and government officials attended the event at the Laguna Grand & Spa Hotel. The main objective was to help farmers produce high-quality, distinctive products that meet international standards. Participants engaged in a lively discussion to find new ways to help Songkhla’s oil palm industry achieve RSPO certification, a global benchmark for sustainable palm oil.

Mr. Amnoy Pinasuwan, Deputy Chief Executive of the Songkhla PAO, opened the event by highlighting the provincial policy to support palm oil, a key economic crop. He noted that as more farmers switch to growing palm oil, RSPO certification offers a great opportunity to improve productivity and the quality of life for farming communities. Academic experts from Prince of Songkla University also provided key insights. Assoc. Prof. Kamron Pitak from the PSU Science Park shared information on technological support for cultivation and other training needed for RSPO compliance. Meanwhile, Assoc.Prof.Dr.Benchamaporn Pimpa from the Faculty of Agricultural Innovation, Fisheries and Food (PSU, Surat Thani Campus) lectured on “The Application of RSPO Standards for Smallholders and Research Planning.” Her research team has secured funding for a project called “Integrated Sustainable Palm Oil Production for Songkhla Provincial Administrative Organisation Farmers,” which aims to boost farmers’ potential and create stronger links between farmers, buyers, and local mills. Representatives from RSPO Thailand also gave an in-depth overview of the organisation and explained the certification process and requirements. Two certified independent smallholder group leaders, Ms.Oraphan Pripol and Mr.Saraworn Yaotuk, shared their firsthand experiences in group management and farming practices, offering practical lessons to the attendees. In the afternoon, farmers broke into groups by district for an intensive brainstorming session. They analysed their local conditions, set goals, and created action plans to build momentum towards RSPO certification. The overwhelming consensus was that Songkhla’s farmers are highly prepared and committed to achieving this important standard.

Following the training, the Songkhla PAO will officially begin a recruitment drive for interested and ready farmers. The goal is to work with all relevant sectors to help Songkhla become a leading province for sustainable palm oil production in Thailand.

การประชุมคณะทำงานเพื่อการตีความมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืนของ RSPO ฉบับปี 2024 ในบริบทของประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 14 สิงหาคม 2568 – คณะทำงานตีความระดับประเทศ (National Interpretation Task Force: NITF) ได้จัดการประชุมเชิงคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาตีความมาตรฐานฉบับใหม่ขององค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ (1) มาตรฐานหละกการเและเกณฑ์กำหนดของ RSPO สำหรับการปลูกปลา์มน้ำมันอย่างยั่งยืน และการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RSPO Principles & Criteria: P&C) ฉบับปี 2024 และ (2) มาตรฐานสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระของ RSPO สำหรับการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน และผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน (RSPO Independent Smallholder: ISH) ฉบับปี 2024 วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือเพื่อสังเคราะห์แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศไทย ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าการตีความและการบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวมีความถูกต้องและสอดคล้องกับบริบททางกฎหมายและสังคมของประเทศ

องค์ประกอบของคณะทำงานฯ ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างครอบคลุม อาทิ กลุ่มผู้ปลูกปาล์มน้ำมันขนาดกลางและขนาดใหญ่ เกษตรกรรายย่อยอิสระ โรงกลั่น ผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาตีความตัวชี้วัดในประเด็นสำคัญหลายประการให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของไทย ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาประกอบด้วย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ กฎหมายว่าด้วยสิทธิการใช้ประโยชน์และการถือครองที่ดิน การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของทะลายปาล์มสด กระบวนการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับพื้นที่เพาะปลูกใหม่ การประยุกต์ใช้หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช แนวปฏิบัติสำหรับการปลูกทดแทนในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง การจัดการทรัพยากรน้ำและมลพิษ กระบวนการประชุมมีการนำเสนอบทบัญญัติทางกฎหมายของไทยที่สัมพันธ์กับแต่ละประเด็น ควบคู่ไปกับการอภิปรายและแลกเปลี่ยนทัศนะจากประสบการณ์การดำเนินงานจริง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและผู้ตรวจสอบ (Auditor) ซึ่งให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสอดคล้องในการตีความมาตรฐานระหว่างหน่วยรับการตรวจและผู้ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและสอดคล้องกับบริบทของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการประชุม คณะทำงานฯ จะดำเนินการสังเคราะห์และประมวลผลข้อคิดเห็นทั้งหมดเพื่อจัดทำ “ร่างการตีความระดับประเทศ” ของมาตรฐานทั้ง 2 ฉบับ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) ก่อนจะสรุปและจัดทำการตีความระดับประเทศฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอต่อสำนักเลขาธิการ RSPO ตามขั้นตอนต่อไป

BANGKOK, 14 August 2025 – The National Interpretation Task Force (NITF) of Thailand convened a workshop to deliberate on the national interpretation of two new standards from the Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO). The standards—the RSPO Principles & Criteria (P&C) 2024 and the RSPO Independent Smallholder (ISH) Standard 2024—are set to be formally implemented on 13 November 2025. The primary objective of the session was to synthesise clear and practical implementation guidelines for stakeholders in Thailand, ensuring that the interpretation and application of the standards are accurate and aligned with the nation’s legal and social frameworks.

The task force, comprising a comprehensive range of stakeholders from across the palm oil supply chain—including medium and large-scale growers, independent smallholders, refiners, and processors, as well as representatives from the financial sector and environmental and social non-governmental organisations—collaborated to interpret key indicators within the new standards. The deliberations focused on aligning these indicators with domestic laws and regulations. Key areas of discussion included: legal frameworks related to business ethics and conduct, laws governing land tenure and use rights, traceability requirements for Fresh Fruit Bunches (FFB), procedures for Social and Environmental Impact Assessments (SEIAs) for new plantings, application of Good Agricultural Practices (GAPs) to enhance productivity, human rights risk assessment and due diligence, regulations on the use of chemical pesticides, best practices for replanting on steep terrains, and management of water resources and effluents. The workshop’s methodology involved presentations on relevant Thai legal provisions for each topic, followed by robust discussions informed by the operational experiences of the participants. Critically, the session also incorporated perspectives from subject-matter experts and auditors to help establish a harmonised interpretation between auditing bodies and auditees, ensuring mutual understanding and legal compliance.

Following the workshop, the NITF will synthesise the collected feedback to formulate a ‘Draft National Interpretation’ for both standards. This draft will then be subject to a Public Consultation period before the final version is compiled and submitted to the RSPO Secretariat for formal endorsement.

RSPO ผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตปาล์มน้ำมันไทยสู่ความเป็นเลิศแห่งปาล์มน้ำมันคุณภาพระดับพีเมียมและยั่งยืน ในงาน PALMEX Thailand 2025

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

สุราษฎร์ธานี, 7-8 สิงหาคม 2568 – RSPO ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นองค์กรสนับสนุนหลักในงาน PALMEX Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มประเทศไทย ร่วมกับบริษัท Firework Media จำกัด ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สหกรณ์สุราษฎร์ธานี (CO-OP) จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานดังกล่าวถือเป็นเวทีบูรณาการระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่ภาคการผลิตต้นน้ำ (Upstream) ไปจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream) เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรม

ในการเข้าร่วมครั้งนี้ RSPO ประเทศไทยได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยบูธนิทรรศการของ RSPO ได้รับความสนใจอย่างสูงจากผู้เข้าร่วมงานในการนำเสนอข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานปาล์มน้ำมันยั่งยืนระดับโลก นอกจากนี้ ยังได้ร่วมจัดเวทีวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในมิติต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
  • การบรรยายพิเศษได้นำเสนอองค์ความรู้และมุมมองเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ บรรยายในหัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้วยการจัดการปุ๋ยแบบแม่นยำ” โดย คุณศุภชัย จินตนาเลิศ ซึ่งได้แบ่งปันนวัตกรรมและผลการวิจัยที่ปฏิบัติและทดลองใช้จริง เพื่อยกระดับผลิตภาพการเกษตร ต่อด้วยมุมมองด้านการตลาดในหัวข้อ “สาระสำคัญของการยกระดับปาล์มไทยสู่ตลาดโลก” โดย คุณอัสนี มาลัมพุช ที่ได้เน้นย้ำถึงการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ไม่ยั่งยืน และการบรรยายในหัวข้อ “เชื่อมร้อยความยั่งยืน: เชื่อมโยงเกษตรกรสู่ระเบียบการค้าโลก” โดย คุณสินธุ แก้วสินธุ์ ซึ่งได้ฉายภาพบทบาทของภาครัฐในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย
  • เวทีเสวนาได้จุดประกายแนวคิดและทิศทางใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อ “พลิกมุมมองจาก
     ‘การขยายพื้นที่’ สู่ ‘การขยายความรับผิดชอบ’”
    ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกร สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และ RSPO ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดว่า ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การขยายพื้นที่เพาะปลูก แต่อยู่ที่การขยาย “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ของทุกภาคส่วนในสังคม นอกจากนี้ ในการประชุม Asia Palm Oil Conference (APOC) 2025 ยังมีการเสวนาหัวข้อ “Driving Transformation: Pathways to Scale Up Sustainable Palm Oil in Asia” ซึ่งเป็นการระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติและไทย เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและเส้นทางสู่การเป็นผู้นำตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในระดับโลกของประเทศไทย

บทสรุปที่ชัดเจนจากการเข้าร่วมงาน PALMEX Thailand 2025 คือ ความเชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือกลไกสำคัญที่จะยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานสากลได้อย่างสง่างาม โดยมี “ความรับผิดชอบร่วมกัน” เป็นหัวใจหลักในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศอย่างแท้จริง

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

SURAT THANI, 7-8 August 2025 – The Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) Thailand played a principal supporting role at PALMEX Thailand 2025, an event organised by the Thai Oil Palm and Palm Oil Association in collaboration with Firework Media Ltd. Held at the CO-OP International Convention and Exhibition Centre in Surat Thani, the event served as an integrative international platform, connecting stakeholders from the entire palm oil supply chain, from upstream cultivation to downstream industries, to collaboratively shape the sector’s future.

In its capacity, RSPO Thailand was instrumental in advancing the sustainability agenda through a variety of engagements. The RSPO exhibition booth garnered significant interest from attendees, providing critical information and fostering a deeper understanding of global sustainable palm oil standards. Furthermore, RSPO co-organised several academic forums to facilitate knowledge exchange across key dimensions of the industry. A series of special speakers presented crucial insights and policy perspectives:

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
  • A special speech titled “Enhancing Palm Oil Production Efficiency in Constrained Areas through Precision Fertiliser Management” by Mr.Supachai Jintanalert, shared innovations and applied research outcomes aimed at improving agricultural productivity.
  • A marketing perspective was offered in the session “The Essence of Elevating Thai Palm Oil to the Global Market” by Mr.Asanee Mallamphut, who emphasised the imperative of stable and sustainable growth over rapid, less resilient expansion.
  • Ms Sinthu Kaewsin delivered a presentation on “Weaving Sustainability: Connecting Farmers to Global Trade Regulations,” which articulated the role of governmental agencies in leveraging science, research, and innovation to bolster the Thai palm oil industry’s competitive capabilities.
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

Panel discussions provided a forum for emerging paradigms and future-oriented discourse. A session titled “From Acreage to Accountability: A Shared Journey in Expanding RSPO-Certified Area” featured esteemed speakers from the farming community, academic institutions, research agencies, and the RSPO. The dialogue crystallised the concept that true sustainability is contingent not on the expansion of cultivation areas, but on the expansion of “shared responsibility” among all societal actors. Concurrently, the Asia Palm Oil Conference (APOC) 2025 hosted a panel on “Driving Transformation: Pathways to Scale Up Sustainable Palm Oil in Asia,” which convened international and Thai experts to analyse the potential and strategic pathways for Thailand to achieve a leadership position in the global sustainable palm oil market.

Conclusively, RSPO’s participation in PALMEX Thailand 2025 reaffirmed the conviction that the collaborative synergy of all stakeholders is the essential mechanism for elevating the Thai palm oil industry to international standards. The principle of “shared responsibility” was identified as the cornerstone for Driving Thailand’s Pathway to Premium Sustainable Palm Oil Excellence.

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง