ความยั่งยืน ไม่ใช่ เทรนด์ แต่ ต้องทำ : ก้าวที่มั่นคงบนการเดินทางของ “ปาล์มน้ำมันไทย”

©TASPO/สายัณห์ ชื่นอุดมสวัสดิ์

แม้บริบทความยั่งยืน จะมีความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่แก่นแท้ของความยั่งยืนก็ยังคงอยู่ และความยั่งยืน คือ แถวหน้าของเกษตรสีเขียว มาตรฐาน RSPO จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำไม่ใช่เทรนด์

หลายครั้งที่มักมีคนสงสัยว่า “ความยั่งยืน” คืออะไร แล้วทำไมคนตัวเล็กๆอย่างเรา ต้องสนใจเรื่องความยั่งยืน และไปจนถึงที่สุดแล้ว ความยั่งยืน นั้น เป็นแค่กระแส หรือ เทรนด์ (Trend) ชั่วครั้ง ชั่วคราว หรือเป็น “ของจริง” ที่ต้องทำให้เกิดขึ้น

อีกทั้งเมื่อมองไปถึง อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน มักมีคำถาม ความยั่งยืน เป็นอย่างไร

หนึ่งในนิยามของ “ความยั่งยืน” หรือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development) ที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุด เห็นจะมาจาก คณะกรรมาธิการโลก ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติที่ระบุ “การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ แนวทางการพัฒนา ที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ลิดรอนความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นหลัง”

และมีแก่นสำคัญ คือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งการจะบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ นั้น ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความครอบคลุมทางสังคม  และ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ในการประชุมสมัยสามัญ สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ 193 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ร่วมลงนามรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development)

เพื่อประเทศต่าง ๆ สามารถนําไปปฏิบัติให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในช่วงระยะเวลา 15 ปี (กันยายน พ.ศ. 2558 – สิงหาคม พ.ศ. 2573)

โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นแนวทางให้แต่ละประเทศดำเนินการร่วมกัน โดยมีเป้าหมาย SDGs 17 ประการ ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยง และเกื้อหนุนกัน

ซึ่งกว่า 19 ปีที่ผ่านมา องค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) ได้ทำงานเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และนำมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลกมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานของน้ำมันปาล์ม ตั้งแต่ต้นน้ำที่สวนปาล์ม กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ในการผลิตและใช้น้ำมันปาล์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ซึ่งเมื่อพิจารณาตามหลัก SDGs แล้ว มาตรฐาน RSPO นับว่ามีองค์ประกอบ 3 ประการของการบรรลุซึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครบถ้วนทุกประการ คือ Prosperity –  การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันมีภูมิคุ้มกันและมีความยั่งยืน People – การมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ลดความยากจน ปกป้อง เคารพและมีการเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชน Planet – อนุรักษ์ ปกป้อง และเสริมสร้างระบบนิเวศที่มีไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

ตัวแทน RSPO ประจำประเทศไทย ได้เล่าถึงหัวใจในการทำงานของ RSPO ว่า ทิศทางนี้ คือความยั่งยืน คนในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มต้องอยู่ดีกินดี วิถีชีวิตดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น ลดต้นทุนได้ เพิ่มผลผลิตได้ และปาล์มในกระบวนการทั้งกระบวนอยู่ในการตระหนักต่อการรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

สำหรับการเข้ามาประเทศไทย ของ RSPO ได้สร้างมาตรฐานและองค์ความรู้แก่เกษตรกรทั่วประเทศต้นน้ำทั่วประเทศ เกิดการรวมกลุ่มดูแลช่วยเหลือกันในการทำงาน เกิดเกษตรแปลงใหญ่ ไปจนถึงวิสาหกิจชุมชน ทั้งยังได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่ต้องการปาล์มน้ำมัน RSPO ในประเทศไทยมีมาตรฐานและคุณภาพ มีเครื่องมือการันตีความปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังแข่งขันได้ในเวทีโลก

เมื่อมาฟังเสียงสะท้อน ของหนึ่งในห่วงโซ่

“พอได้มาเป็นสมาชิก RSPO ก็เอาความรู้มาพัฒนาสวน ทำสวนปาล์ม ทำให้ยิ่งมีกำไร คุณจะหาได้ที่ไหนทำสวนมีรายได้เดือนละ 6-7 หมื่น ปีหนึ่งกำไรล้านกว่าบาท”

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

คุณอุดมศักดิ์ นัดดาศรีนะ สมาชิก RSPO กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลุ่มน้ำกะแดะพัฒนาปาล์มน้ำมัน เล่าให้เราฟังถึงการเป็นสมาชิก RSPO

ก่อนบอก เขานำองค์ความรู้ในการพัฒนาสวนมาใช้บริหารจัดการสวน ซึ่งช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตอย่างชัดเจน เป็นแบบอย่างของ Smart Farmer

และสรุปแบบจริงจัง

“การเป็นเกษตรกรไม่ควรเป็นการทำสวนอย่างไร้ความรู้ เพราะจะไม่เห็นผลอะไร การทำสวนอย่างมีความรู้ต่างหากที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน”

การเป็นสมาชิก RSPO กิจกรรมกลุ่ม และการอบรมต่างๆ ทำให้เกษตรกรประกอบอาชีพด้วยองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และความเข้าใจ ทำให้ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้นได้จริง หากแต่นี่เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของความยั่งยืนเฉพาะบุคคล

ทว่ามาตรฐาน RSPO ยังครอบคลุมการสร้างความยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงอีกด้วย   

เคยมีผู้กล่าวว่า “การก้าวเดินเพียงลำพังแม้จะประสบความสำเร็จ ก็ไม่น่าภูมิใจเท่าการมีส่วนร่วมช่วยกันทำงานเป็นทีมและประสบกความสำเร็จไปด้วยกันทั้งตัวเรา ชุมชน และสังคม”

ซึ่งความคิดนี้ สะท้อนออกมาจากสมาชิก RSPO หลายครั้งในหลายโอกาส 

ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยความร่วมมือ ทำคนเดียวมองไม่เห็นผล แต่ถ้ามีกลุ่มร่วมกันทำจึงเป็นไปได้ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อน และขยายไประดับประเทศ”

คือเสียงสะท้อนจาก คุณเกื้อกูล เสี่ยงแทน ผู้จัดการกลุ่มยูนิวานิช – ปลายพระยา

และเพราะการเดินทางบนเส้นทางความยั่งยืน เป็นเรื่องสำคัญที่ “ต้องทำ” การจะก้าวเดินอย่างมั่นคงเครือข่ายต่างๆ จึงต้องเข้มแข็ง เพื่อมีแรงสนับสนุนกันทุกภาคส่วน ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด

นั่นนับเป็นที่มาของ เครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Alliance Sustainable Palm Oil -TASPO) ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อริเริ่มกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบห่วงโซ่คุณค่าปาล์มน้ำมันประเทศไทย และเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการผลิต และการบริโภค ในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สร้างวิถีความร่วมมือสู่ความยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

ทั้งยังเป็นการการันตีว่า อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย พร้อมที่จะเข้าสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตามเป้าหมายความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) วาระแห่งชาติ BCG (Bio – Circular – Green Economy) จนถึงกระแสโลกที่ปัจจุบันที่พยามยามผลักดัน การพัฒนาเพื่อสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

ยิ่งเมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ยุค “โลกเดือด” ที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงอย่างที่เราเห็นได้ทุกพื้นที่ทั่วโลก การเดินทางสู่ความยั่งยืนคล้ายยิ่งต้องวิ่งแข่งกับเวลา ปาล์มน้ำมัน แม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ต้องยอมรับว่ายังมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนักเรื่องการทำลายพื้นที่ป่าไม้เพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์มในหลายประเทศทั่วโลก

Planet หรือ การปกป้อง อนุรักษ์ เสริมสร้างระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นหลักหนึ่งที่ RSPO ให้ความสำคัญในการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อความยั่งยืน โดยมีมาตรการควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำ 

“มาตรฐาน RSPO เป็นมาตรฐานที่ต้องการความมั่นใจว่าการผลิตปาล์มเป็นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นี่คือ หัวใจเริ่มต้นของ RSPO” ตัวแทน RSPO ประจำประเทศไทยท่านเดิม กล่าวไว้

การเป็นสมาชิก RSPO ของเกษตรกรรายย่อย กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรแปลงใหญ่ จนถึงภาคอื่นๆ ของห่วงโซ่ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทย จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์โลกเป็นอย่างยิ่ง

อีกทั้งเกษตรกรสมาชิก RSPO ยังมีความรู้และ Mindset ที่เข้าใจ และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อก้าวสู่ความความยั่งยืนในทุกมิติ

ดังที่ คุณชวลิต วุฒิพงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ศรีเจริญ (SOPEG) เคยกล่าวไว้ “ผู้บริโภค ต้องการเกษตรสีเขียว เทรนด์โลกร้อนและคาร์บอนเครดิต ทำให้เกษตรกรกรทุกประเภทต้องปรับตัวเพื่อเป็นเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืน และความยั่งยืน ก็คือ การกระทำที่ได้ผลอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาต่อยอดไม่มีที่สิ้นสุด แม้บริบทความยั่งยืน จะมีความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่แก่นแท้ของความยั่งยืนก็ยังคงอยู่ และความยั่งยืน คือ แถวหน้าของเกษตรสีเขียว มาตรฐาน RSPO จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำไม่ใช่เทรนด์” 

สอดคล้องกับ คุณดุสิต บู่ทอง ผู้ดูแลระบบความยั่งยืน วิสาหกิจชุมชนผลิตปาล์มน้ำมันพังงา ที่กล่าวไปในทางเดียวกันว่า

“วันนี้ที่เราสัมผัส‘ปาล์มน้ำมันยั่งยืน ทราบทันทีว่าไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่มีความเกี่ยวข้องทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกันทั้งหมด และเป็นสิ่งที่ทุกคนที่ทำเรื่องปาล์มน้ำมัน ต้องปฏิบัติรับผิดชอบร่วมกัน”

มาถึงวันนี้ บนเส้นทางของของปาล์มน้ำมันไทย ได้พิสูจน์แล้วว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่เทรนด์แต่ต้องทำ” และสามารถทำให้เกิดขึ้นจริง หากแต่ต้องร่วมไม้ร่วมมือ และเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งองคพยพ                

เพราะ “โลก” ใบนี้ เป็นของเราทุกคน  

รายงาน / ทีมข่าว TASPO