จากสวนปาล์มถึงลานเท: เส้นทางความยั่งยืน เชื่อมโยง เข้มแข็ง ไม่ขาดสาย

ไทย เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกปาล์มน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ล่าสุดมีพื้นที่ปลูกรวมกัน ทั่วประเทศกว่า 6 ล้านไร่ และมีพื้นที่ปลูกปาล์มในภาคใต้มากที่สุดกว่า 86 เปอร์เซ็นต์

หากเปรียบเทียบระหว่างการใช้พื้นที่ปลูกพืชน้ำมันชนิดต่างๆ ปาล์มน้ำมันจะผลิตน้ำมันได้ถึงร้อยละ 35

โดยใช้พื้นที่ปลูกน้อยกว่าพืชชนิดอื่นๆ มากกว่าร้อยละ 10 นั่นหมายถึง ปาล์มน้ำมันใช้พื้นที่ในการปลูกน้อยกว่าแต่ได้ผลผลิตที่มากกว่านนั่นนเอง

สำหรับบริบทของไทย นั้น “เส้นทางปาล์มน้ำมัน” อาจมีความแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องด้วยการมีผู้ทำหน้าที่ รับซื้อผลปาล์มสุกเพื่อนำไปขายต่อยังโรงสกัดหรือโรงงาน ที่เรียกว่า “ลานเท” นั้น เปรียบได้กับเป็น “ข้อต่อ” สำคัญ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกษตรกร ลำเลียงผลผลิตไปยังโรงงาน จนถึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้ได้มาซึ่ง “น้ำมันคุณภาพ” และมีส่วนกำหนดราคาปาล์มน้ำมันในบ้านเรา

มีข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า เมื่อสิ้นปี 2566 มี ลานเททั่วประเทศ ที่แจ้งต่อกองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3,308 แห่ง อยู่ในภาคใต้ 3,147 แห่ง ภาคเหนือ 7 แห่ง ภาคกลาง 28 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 35 แห่ง และอื่น ๆ 91 แห่ง

เส้นทางจาก “สวนปาล์มถึงลานเท” จึงเป็นเรื่องสำคัญมองข้ามไม่ได้ เพราะบทบาทของลานเท นั้น คือ  ผู้รับเหมาเก็บ เกี่ยวผลผลิต ตัดแต่ง ตลอดไปจนถึงจัดหาคนดูแลสวนให้กับเจ้าของสวนปาล์ม

“ลานเท” จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการเป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางปาล์มน้ำมันยั่งยืน”ที่เข้มแข็งของประเทศไทย  

©TASPO

เส้นทางปาล์มน้ำมันจากสวนปาล์มถึงลานเท ที่นำเสนอในครั้งนี้ ทีมข่าว TASPO ได้รับการบอกเล่า จาก คุณเล็ก-สุมาตร อินทรมณี เจ้าของลานเทคลองน้อยปาล์ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานกลุ่ม RSPO คลองน้อย ศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกิจกรรมปาล์มน้ำมัน ในฐานะนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัด สุราษฎร์ธานี และประธานเครือข่ายแปลงใหญ่ภาคใต้

คุณเล็ก เล่าให้ฟังว่า ทุกๆ เช้า คนตัดปาล์มจะเดินทางไปยังสวนปาล์มที่ว่าจ้างตัดปาล์ม ซึ่งโดยทั่วไปจะมีคนตัดปาล์ม 2 แบบ คือ ทีมตัดอิสระ และ ทีมตัดของลานเท หากเป็นทีมตัดของลานเท จะมีการบริหารจัดการให้ลงรอบพอดี คนตัดปาล์มจะมีงานทำทุกวัน พูดง่ายคือ เป็นอาชีพที่มีรายได้ทุกวัน ชาวสวนเอง ก็จะมีคนตัดปาล์มทุกรอบไม่ต้อง เที่ยวหาคนตัดปาล์มทุกๆ ครั้ง

ซึ่งทีมตัดแต่ละทีม จะมีสวนที่จะเข้าตัดประจำ เพื่อความสบายใจกันทั้งเจ้าของสวนและคนตัดปาล์ม เพราะส่วนใหญ่ เจ้าของสวน ไม่ได้มาดูแลเวลาเข้าตัดปาล์ม แต่จะไปรอชั่งผลผลิต และรับเงินที่ลานเท

ส่วนคนตัดปาล์ม จะมีงานทำประจำ โดยมีรายรับตามแต่กำหนดของแต่ละลานเท เช่น รับเงินเป็นรายวัน หรือ ทุก 15 วัน

©TASPO

เมื่อทีมตัดไปถึงสวนปาล์ม ต้องเริ่มเดินสำรวจไลน์ วางแผน สำรวจปาล์มสุก ที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยทีมตัด จะได้รับการอบรมเรื่องการตัดปาล์ม ความปลอดภัยในการทำงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสม่ำเสมอ

©TASPO

เกี่ยวกับสีผลสุกของปาล์มน้ำมัน นั้น แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

  •  ผลดิบสีดำ เมื่อสุกผลเป็น สีแดง (Nigrescens)
  •  ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกผลเป็น สีส้ม (Virescence)
  •  สีผิวเปลือก เมื่อสุกเป็น สีเหลืองซีด (Albescens) (มีน้อยมาก)

ส่วน เกณฑ์พิจารณาความสุกของผลปาล์มต้องดูองค์ประกอบต่างๆ ประกอบกัน เช่น จำนวนลูกร่วงตามธรรมชาติ สีผลปาล์มที่เปลี่ยน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความชำนาญของคนตัดปาล์มในการดูปาล์มสุก โดยรอบ ตัดปาล์มแต่ละสวนของทีมตัดคลองน้อยจะอยู่ที่ 20 วัน และวนไปตามสวนต่างๆ

©TASPO

ทีมตัดแต่ละชุด อาจใช้คนเพียง 2-3 คน ไปจนถึง 5-6 คน ตามความเหมาะสม สำหรับทีมคนตัดปาล์มของลานเท คลองน้อยปาล์ม

คุณเล็ก บอก มี 40 คน เช่น ชุดตัดปาล์มของ คุณสง่า พรมเกิด และคุณจันทิมา เคี่ยมการ สองสามีภรรยา ที่เริ่มเข้าสวน 9 โมงเช้า และเลิกงานบ่าย 3 โมง

©TASPO

แม้จะทำงานกันเพียง 2 คน ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะที่ผ่านมา ได้ผ่านการอบรมการตัดปาล์มมา บวกกับประสบการณ์กว่า 10 ปี ทำให้ก่อนลงมือตัดปาล์ม ต้องมีการวางแผนก่อน

โดยคุณสง่า เป็นคนตัด ยกลำเลียง ส่วนคุณจันทิมา ช่วยลำเลียงนำปาล์มใส่รถเข็น เก็บลูกร่วง จนถึงเรียงทางใบให้สวน เรียบร้อย และโดยทั่วไปจะใช้เวลาตัดปาล์มแต่ละสวนวันเดียวให้เสร็จ แต่ถ้าเป็นสวนใหญ่หรือตัดไม่เสร็จ จะมาตัดกันต่อในวันต่อไป

©TASPO

ลูกร่วง คือ ผลปาล์มสุกจัดที่มีปริมาณน้ำมันสูง ขายได้ราคาดีกว่าปาล์มทะลาย ความซื่อสัตย์ของคนตัดปาล์ม และ ลานเท จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเก็บลูกร่วงใส่กระสอบเพื่อนำไปส่งลานเทให้เจ้าของสวน 

©TASPO

อาชีพคนตัดปาล์มเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คุณจันทิมา เล่าว่า แม้จะเป็นงานหนักแต่เหนื่อยก็พักได้ และเป็นงานอิสระ ซึ่งเธอและครอบครัวสามารถจัดสรรเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นได้ หรือ หากเหนื่อยล้าสะสม สามารถบอกเถ้าแก่เพื่อขอหยุดพักได้

©TASPO

รายได้ของคนตัดปาล์มจะอยู่ที่ 500 – 800 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับแต่ละลานเท สภาพภูมิประเทศ พื้นที่ ความยากง่าย ในการเข้าตัดปาล์ม เช่น ความสูงของต้นปาล์ม พื้นที่เนินสูงต่ำ ไม่ราบเรียบเสมอกัน หรือน้ำท่วมสวนหรือไม่ เป็นต้น

©TASPO

เมื่อตัดปาล์มเสร็จ ขนย้ายมาลำเลียงขึ้นรถและเตรียมส่งลานเท คนตัดปาล์ม จะโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าของสวนไปรอที่ ลานเท เพื่อดูการชั่งน้ำหนักปาล์มและรับเงิน สำหรับราคารับซื้อ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและบริการของแต่ละลานเท เป็นหลัก

©TASPO

เมื่อชั่งน้ำหนักเรียบร้อย ทะลายปาล์มจะถูกลำเลียงมากองรวมกัน โดยมีคนลงปาล์มและดูความสุก-ดิบ ตรวจคุณภาพ ทะลายปาล์มอีกครั้ง ถ้ามีปาล์มดิบหลงมา ต้องคัดออก และขนปาล์มคุณภาพ ขึ้นรถพ่วงเตรียมส่งโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง

©TASPO

ลูกร่วงที่เก็บมาจะถูกแยกชั่ง เนื่องจากราคาสูงกว่าราคาปาล์มทะลาย เช่น ราคาปาล์มทะลาย กิโลกรัมละ 4.30 บาท ลูกร่วง อาจได้ราคา กิโลกรัมละ 5 บาท

©TASPO

ผลผลิตปาล์มจากลานเทคลองน้อยปาล์ม ทั้งปาล์มทะลายและลูกร่วง ถูกส่งให้โรงสกัดภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ร่อน ปาล์มให้เป็นลูกร่วง หรือรดน้ำเพื่อบ่มปาล์ม

©TASPO

ปัจจุบันแม้ลานเทต่างๆ ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก RSPO โดยตรง หากทาง RSPO มีการอบรมการตัดปาล์มทั้ง เจ้าของสวน คนตัดปาล์ม และลานเท เพื่อให้เข้าใจตรงกัน เวลาตัดปาล์ม จะทำให้ได้ปาล์มที่มีคุณภาพ เป็นการลด ปัญหาตัดปาล์มดิบ ปัญหาเปอร์เซ็นต์น้ำมัน และราคาที่ไม่เป็นธรรม

รายงาน / ทีมข่าว TASPO