
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เพลินจิต กรุงเทพมหานคร มีการจัดงาน “งานเสวนาปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย ครั้งที่ 4” (The4th Thailand Sustainable Palm Oil Dialogue) ควบคู่กับ “งานประชุมสมาชิก RSPO ประเทศไทย ครั้งที่ 4” (The 4th RSPO Thailand Member Forum) ภายใต้หัวข้อ “ปาล์มน้ำมันที่ยืดหยุ่นต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง: เส้นทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย และขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันยั่งยืนในตลาดโลก”
หนึ่งในช่วงสำคัญของงาน คือพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานเครือข่ายปาล์มน้ำมันยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Alliance for Sustainable Palm Oil: TASPO) จาก “คุณอัสนี มาลัมพุช” นายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ไปสู่ “คุณศาณินทร์ ตริยานนท์” นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เพื่อสานต่อภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยในยุคใหม่


ส่งต่อ “คนรุ่นใหม่” สานพลังความยั่งยืน
คุณอัสนี กล่าวถึงการส่งมอบตำแหน่งว่า รู้สึกขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้โอกาสได้ทำหน้าที่ประธาน TASPO และเชื่อมั่นว่าการส่งต่อให้ผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับ RSPO มาอย่างยาวนาน จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น
“หลังจากนี้ TASPO จะได้คนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ร่วมกับ RSPO มานานมากแล้ว และหวังว่าจะนำพาทุกฝ่ายเติบโตไปได้อีกหลายเท่าตัว” คุณอัสนี กล่าว
ด้าน คุณศาณินทร์ สะท้อนว่า อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยเดินทางมาไกลมากในเรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ที่มาตรฐาน RSPO ค่อยๆสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศ ทั้งในมิติของความสำเร็จและความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันอีกต่อไป แต่กำลังขยายสู่ “การแข่งขันข้ามอุตสาหกรรม” ในเศรษฐกิจสีเขียวระดับโลก
เขายกตัวอย่างกรณี “SAF” หรือ Sustainable Aviation Fuel (น้ำมันอากาศยานยั่งยืน) ซึ่งกำลังเป็นตลาดอนาคตสำคัญของโลก โดยฝั่งปาล์มน้ำมันกำลังพยายามพัฒนาเชื้อเพลิง SAF เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเอทานอล
“อุตสาหกรรมเอทานอลก็สามารถผลิต SAF ได้เหมือนกัน แต่ผ่านคนละเทคโนโลยี และสิ่งที่เขาได้เปรียบเรามาก คือหลังจากกระบวนการผลิตทั้งหมดแล้ว การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าปาล์มน้ำมันอย่างมีนัยยะ”
แต่ในอีกด้านหนึ่ง คุณศาณินทร์ มองว่า “จุดแข็ง” สำคัญของปาล์มน้ำมันไทย คือการมีระบบมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มแข็งและพัฒนามาต่อเนื่องมายาวนาน
“มาตรฐานอย่าง RSPO มีความเข้มแข็งต่อเนื่องเกือบยี่สิบปีแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นอาจต้องเริ่มสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาเอง นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของปาล์มน้ำมันไทย”

ชู 3C เข็มทิศใหม่ TASPO
สำหรับทิศทางต่อจากนี้ ประธาน TASPO คนใหม่ เสนอแนวคิด 3C เป็นเข็มทิศสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ได้แก่ Commitment — ความมุ่งมั่นCollaboration — ความร่วมมือและ Communication — การสื่อสาร
โดยเขาระบุว่า อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยมีผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่นับแสนคน ตั้งแต่เกษตรกร โรงสกัด โรงกลั่น ไปจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ และสิ่งสำคัญที่สุด คือการสร้าง “ความมุ่งมั่นร่วมกัน” ให้เกิดขึ้นมากขึ้นทั้งระบบ
“ประเทศไทยมีเสน่ห์บางอย่างในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ที่ทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกยอมรับอยู่แล้ว เหลือแค่เราต่อยอดอีกนิดเดียว จะไปได้อีกมาก”
ในด้าน Collaboration หรือความร่วมมือ คุณศาณินทร์ มองว่า ภาพความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยดูแลสมดุลโครงสร้างอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมที่ผลักดันอุตสาหกรรมปลายน้ำ กระทรวง อว. ที่สนับสนุนเรื่องแม่ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร รวมถึงกระทรวงพลังงานที่ผลักดันการใช้ไบโอดีเซลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
“ความร่วมมือเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้ผลิตปลายน้ำ”
ส่วน Communication หรือการสื่อสาร คุณศาณินทร์ มองว่า แม้ TASPO และ RSPO จะสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารได้ดีระดับหนึ่งแล้ว แต่โจทย์สำคัญคือ “จะสื่อสารต่ออย่างไร” เพื่อทำให้ทั้งประเทศ และอุตสาหกรรมไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

การเปลี่ยนผ่านผู้นำ TASPO ครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวประธานองค์กร แต่สะท้อนถึงการเข้าสู่ “ยุคใหม่” ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ที่ต้องแข่งขันทั้งในมิติของตลาด เทคโนโลยี และมาตรฐานความยั่งยืน
และโจทย์สำคัญต่อจากนี้ คือการทำให้ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงมาตรฐานบนกระดาษ แต่กลายเป็น “จุดแข็งเชิงแข่งขัน” ที่พาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย เติบโตได้จริงในเวทีโลก


