“ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต” ใช่แค่อุดมคติ ชาวสวนปาล์มน้ำมัน RSPO มีหลักฐานยืนยัน

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

เหมือนพ่อแม่เลี้ยงลูก ที่อยากให้ลูกเป็นคนดีทุกคน แต่ว่าคนหนึ่งอาจจะเกเร คนหนึ่งอาจจะดี ทำสวน RSPO ก็เหมือนกัน ถ้าคุณดูแลดี คุณจะได้ผลผลิตที่ดี แต่ถ้าคุณดูแลไม่ดี คุณก็ได้ผลผลิตที่ไม่ดี แล้วคุณก็บ่นว่า ไม่เหลือตังค์ ขาดทุน

การมี “กำไรคุ้มเหนื่อย”จากการขาย เพราะได้ผลผลิตมีคุณภาพจำนวนมาก ขณะต้นทุนในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก สามารถจ่ายได้แบบไม่เดือดร้อน นั้น อาจนับเป็น “เป้าหมายดีงามสูงสุด” ที่เกษตรกรแทบทุกคนใฝ่ฝันถึง

หากแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบจะสวนทางกับ “อุดมคติ” ดังว่า อย่างสิ้นเชิง

ได้ความรู้มากมาย ปรับการจัดการใหม่จนเห็นผล

“สมัยก่อน ผลผลิตสวนผมไม่ดีเท่าไหร่ ได้ประมาณปีละ 2.8 – 3 ตันต่อไร่ อาจเพราะไม่ค่อยได้รดน้ำ ส่วนปุ๋ย นึกอยากจะใส่ก็ใส่ ไม่นึกอยากก็ไม่ใส่ ไม่อยากเสียเงินมาก คิดแค่ตัวเงินเป็นหลัก”

คุณอู๊ด – อุดมศักดิ์ นัดดาเสนะ เกษตรกรราย่อย ในฐานะสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลุ่มนํ้ากะแดะพัฒนาปาล์มนํ้ามัน สุราษฎร์ธานี
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

คุณอู๊ด – อุดมศักดิ์ นัดดาเสนะ เกษตรกรราย่อย ในฐานะสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลุ่มนํ้ากะแดะพัฒนาปาล์มนํ้ามัน สุราษฎร์ธานี เล่าให้ทีมข่าว TASPO ฟังอย่างนั้น

และยังบอกด้วยว่า ก่อนที่จะเข้าเป็นสมาชิก RSPO เขาไม่ได้ใส่รายละเอียดในสวนมากนัก ปล่อยหญ้ารกขึ้นสูงมาก ถ้าจะถางทำแค่โคนให้เตียนเท่านั้นเ เพื่อที่เวลาตัดปาล์มจะได้เก็บลูกร่วงได้ง่ายขึ้น หรือถ้าจำเป็นต้องเอาหญ้าลง จะใช้ลูกกลิ้งบดลงไป เพื่อให้หญ้าล้มหรือไม่ก็ใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นครั้งคราว

แล้วผลตอบแทนจำนวนต่อไร่ต่อปีไม่เกิน 3 ตัน สักทีนั้น มันคุ้มกับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่-อย่างไร  ประเด็นสงสัยนี้ คุณอู๊ด ไขข้อข้องใจ ทำสวนปาล์มน้ำมัน ถ้ามีที่ดิน 30 ไร่ขึ้นไป โอกาสที่จะเหลือเงินมีความเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับ “การจัดการ” ของเกษตรกรแต่ละคน

และเมื่อราวปี 2561 หลังจากได้รู้จักและสมัครเข้าเป็นสมาชิก RSPO แนวคิดเกี่ยวกับ “การจัดการ” ในสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรวัย 60 กว่า ท่านนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่าสิ้นเชิง

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

โดยเขายอมรับ ไม่เคยรู้จัก RSPO มาก่อน แต่สมัครเป็นสมาชิกเพราะได้รับข้อมูลมา ถ้าสมัคร RSPO จะขายปาล์มได้เพิ่มขึ้นอีก 20 สตางค์จากรายได้ปกติ แต่สิ่งที่เป็น “ประโยชน์”มากมายที่ “ซ่อนอยู่”ไม่เคยรู้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการอบรมความรู้ในเรื่องต่างๆ นับตั้งแต่ การวิเคราะห์ดิน การวัดค่า pH ของดิน การใช้ปุ๋ย การตัดทางใบ การขุดดิน ไปวิเคราะห์ หาธาตุอาหาร หากทราบว่าในดินหรือทางใบ มีธาตุอาหารอะไรบ้าง จะได้ใส่สูตรปุ๋ยที่ถูก สามารถช่วยประหยัดการใช้ปุ๋ยได้เป็นอย่างดี  

“ความรู้หลายอย่าง บอกตรงๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย และทำไม่เป็นด้วย แต่พอเข้าเป็นสมาชิก  RSPO เขามีอาจารย์มาสอน เรื่องปุ๋ย เรื่องโรค เรื่องแมลง เรื่องการให้น้ำ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มาก”คุณอู๊ด บอกจริงจัง

แบ่งปัน How to เพิ่มผลิต จาก 3 เป็น 6 ตัน ต่อไร่ต่อปี

จากจุดเริ่ม 2.8 – 3 ตัน ต่อไร่ต่อปี ครั้นผ่านไปราว 6 ปีกว่า ผลผลผลิตปาล์มน้ำมัน ภายใต้มาตรฐาน RSPO จากสวนคุณอู๊ด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขบันทึกไว้ล่าสุดอยู่ที่ 5.7 – 6 ตัน ต่อไร่ต่อปี 

เมื่อถามถึงเทคนิค How to เพิ่มผลผลิต ได้เป็นเท่าตัว เกษตรกรท่านเดิม เผยให้ฟังแบบไม่หวงวิชา เริ่มต้นจากการตรวจค่าดิน ควรตรวจทุกเดือน ซึ่งค่า pH ของดินที่เหมาะสมอยู่ที่  5.5  หรือ 6 จะทำให้พืชกินอาหารหรือปุ๋ยที่ใส่ลงไปได้ดี แต่ถ้าดินเป็นกรด พืชไม่กินอาหาร ใส่ปุ๋ยไปเท่าไหร่ก็ทิ้งเสียเปล่า

แต่ถ้าค่า pH ดินสูงไปถึง 8 หรือ 9 ต้องรีบปรับด้วยการใส่ยิปซั่ม และเมื่อถึงช่วงปลายผลผลิต ต้องตรวจสอบค่าดินดูอีกครั้ง ถ้าค่า pH เป็น 3 หรือ 4 ต้องรีบใส่ โดโรไมต์ เพื่อปรับสภาพดินก่อนใส่ปุ๋ยจริง ซึ่ง โดโรไมต์ นี้ ควรใส่ทุกปี

ถัดจากเรื่องการรู้จักค่าดินที่เหมะสมแล้ว การทำระบบน้ำ นับเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำสวนปาล์มน้ำมัน เพราะหากไม่มีการรดน้ำหรือรดน้ำไม่ถึง ดอกที่ออกมาเป็นตัวเมียซึ่งจะกลายเป็นผลปาล์ม อาจฝ่อหมดเมื่อถึงหน้าแล้ง

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

คุณอู๊ด เล่าให้ฟังด้วยว่า สวนปาล์มแปลงนี้ของเขา โชคดีมีคลองธรรมชาติ อยู่ 2 คลอง จึงดูดน้ำจากคลองธรรมชาติมารดน้ำปาล์มผ่านระบบสปริงเกอร์ แต่ถ้าพื้นที่ไหนไม่มีคลองธรรมชาติ ต้องขุดสระหรือเจาะน้ำบาดาล เพื่อเติมน้ำลงสระนำไปใช้ในการรดต้นปาล์มแต่ละวันในช่วงหน้าแล้ง

“ต้นทุนทำระบบน้ำในสวนของผม ตกไร่ละ 2 หมื่นบาท แต่ไม่ได้ลงทุนทีเดียว พอมีเงินเหลือ จึงทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ถ้ามีทุนก้อนที่หนึ่ง เดิน Main ก่อน พอเดิน Main เสร็จ ค่อยมาทำระบบสปริงเกอร์ ปีนี้ทำได้ไร่หนึ่ง ทำไร่เดียว ปีหน้าทำได้ 2 ไร่ ทำ 2 ไร่ ถ้ามีเงินเยอะ ค่อยทำทีเดียวเสร็จ ถ้ามีเงินไม่เยอะ ค่อยๆทำไปทีละนิด สุดท้ายเต็มสวนอยู่ดี แต่สิ่งสำคัญแหล่งน้ำต้องมี”เจ้าของสวนปาล์ม RSPO ท่านเดิม อธิบาย  

ทั้งยังบอกเทคนิค การกองทางปาล์มเป็นแนวยาวอยู่ระหว่างแนวต้นปาล์ม เพื่อให้ผล 2 อย่าง เกี่ยวกับการรดน้ำ และการใส่ปุ๋ย

“หลังตัดทลายปาล์มไปขายแต่ละครั้ง ควรนำทางปาล์มมากองสุมกันให้เป็นแนวยาว จะทำให้มีรากปาล์ม เลื้อยมาอยู่ใต้ทางปาล์มเยอะมาก ซึ่งมองภายนอกมองแทบไม่เห็น แต่ถ้าแหวกทางปาล์มดู จะเห็นรากขึ้นอยู่ใต้ทางปาล์มเต็มไปหมด เวลาใส่ปุ๋ยจึงควรใส่ในทางปาล์มที่กองไว้ด้วย หลังใส่ปุ๋ยแล้ว รดน้ำตามเลย ปุ๋ยละลาย ความชื้นยังอยู่ พูดง่ายๆ ต้นปาล์มได้ทั้งปุ๋ย ทั้งน้ำ เต็มๆ ไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้นเลย”คุณอู๊ด แนะ

เทคนิคง่ายๆ ใส่ใจ อย่างเดียว ผลตอบแทนคุ้มค่า

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกลางสวน ได้สาระหลากหลาย ขอตั้งประเด็นคำถามต่อ ทำสวนปาล์ม RSPO ยากง่ายอย่างไร คุณอู๊ด ตอบทันที แทบไม่ต้องคิด

“ใช้คำว่า ใส่ใจ คำเดียวเลย เมื่อได้รับการเรียนรู้จาก RSPO มา ได้รับการอบรมจากครูบาอาจารย์ มาแล้ว ที่เหลืออยู่ที่การปฏิบัติตาม เหมือนพ่อแม่เลี้ยงลูก ที่อยากให้ลูกเป็นคนดีทุกคน แต่ว่าคนหนึ่งอาจจะเกเร คนหนึ่งอาจจะดี ทำสวน RSPO ก็เหมือนกัน ถ้าคุณดูแลดี คุณจะได้ผลผลิตที่ดี แต่ถ้าคุณดูแลไม่ดี คุณได้ผลผลิตที่ไม่ดี แล้วคุณก็บ่นว่า ไม่เหลือตังค์ ขาดทุน”

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

เกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน RSPO ท่านเดิม บอกอีกว่า เขามีกำไรทุกดือน มีเงินเข้ากระเป๋าทุกเดือน มีเงินใส่ปุ๋ยทุกเดือน ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใครมาซื้อปุ๋ย เพราะถ้ามีเงินน้อย ก็ใส่ปุ๋ยน้อย จากหนึ่งกิโลเหลือครึ่งกิโล ถ้าน้อยลงไปอีกเหลือครึ่งของครึ่งกิโล แต่ต้องใส่ เพราะปาล์มขาดปุ๋ยไม่ได้ ปาล์มจะเลือกเพศต่อเมื่อมีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น ถ้าไม่อุดมสมบูรณ์เมื่อไหร่ ปาล์มจะเลือกเป็นเพศผู้

นอกจากนี้ ยังแนะอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญ เน้นเลย คือ เมื่อตัดปาล์มเสร็จ หลังขายผลผลิตแล้ว ต้องนำรายได้มาหาร 2  แบ่งคนละครึ่งกับต้นปาล์ม คือ จ่ายค่าแรง กับ ซื้อปุ๋ย มีงบน้อยใส่น้อย มีงบมากใส่มาก แต่ต้องใส่ให้ครบ  ทั้ง N P K แมกนีเซียม โบร่อน ต้องให้ครบ

“พอใจมากที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิก RSPO บอกเลยว่า ถ้าปฏิบัติตามที่ RSPO แนะนำมา จะได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอน”คุณอู๊ด ทิ้งท้ายจริงจัง

สวนปาล์ม RSPO ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากไม่ฝืนกติกา

คุณหมู – วรพรรณ เลขพล สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน(ท่าชนะ-ไชยา) สุราษฎร์ธานี คือ อีกหนึ่งในสมาชิกสวนปาล์ม RSPO ที่กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลกับทีมข่าว TASPO ด้วยความยินดี โดยแนะนตัวให้รู้จักพอสังเขป เรียนจบมาด้านช่างไฟฟ้า และทำงานอยู่ในสายงานช่างเทคนิคมาตลอด ก่อนจะหันเหมาทำสวนปาล์มน้ำมัน เป็นของทางครอบครัวภรรยาซึ่งเป็นสวนยางมาก่อน

คุณหมู – วรพรรณ เลขพล สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน(ท่าชนะ-ไชยา) สุราษฎร์ธานี
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

“บ้านแฟนเขามีสวนเป็นหลายร้อยไร่ แล้วขาดคนดูแล จึงตัดสินใจลาออกมา ตอนปี 2550 มาทำแบบจริงจัง ตั้งแต่นั้นมา พยายามศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับปาล์ม เกี่ยวกับการวิเคราะห์ดิน การให้ปุ๋ย การให้น้ำ และหลายๆเรื่องที่เขามีอบรมที่ไหนก็ไปหมด”คุณหมู ย้อนจุดเริ่ม

ก่อนเล่าต่อถึงการเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก RSPO ว่า เมื่อก่อนไม่ได้สนใจอะไร แถมยังมองว่ามันยุ่งยากซับซ้อนหรือเปล่า แต่พอฟังจากคนที่เขาเป็นสมาชิก RSPO แล้ว ได้ความว่าแค่นำที่ดินเข้าไป มีที่ดินที่ไหนนำไปให้เขาดู มีจำนวนปาล์มกี่ต้น มีที่ดินที่ไหน ก็ถ่ายพวกโฉนด นส.3 หรือ สปก. ไปให้เขาดู เลยสนใจ

ส่วนการจดบันทึก ที่แม้ไม่เคยทำมาก่อน ก็เริ่มต้นได้ไม่ยาก แค่ทุกครั้งที่มีการตัดปาล์ม กลับไปบ้านจดบันทึกไว้เลย ได้มากี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ตัดวันไหน ลูกน้องชื่ออะไร หักได้เงินรวมเท่าไหร่ มีรายจ่ายแต่ละรอบ ใช้ปุ๋ยเท่าไหร่ พอสิ้นปีจะรู้ว่ามีรายรับเท่าไหร่ จ่ายไปเท่าไหร่ มีกำไรเท่าไหร่ สุทธิเท่าไหร่ ได้ผลผลิตปาล์มต่อปีเท่าไหร่ ปีหน้าจะปรับอะไรอีก เพื่อเพิ่มผลผลิตอีกไหม

“ทำสวนปาล์มมาตรฐาน RSPO ไม่ยากอะไรเลย เพียงแต่เข้าระบบของเขาให้ได้ และไม่ไปฝืนกติกา มารยาท อย่าง เรื่องขยะ เก็บให้เป็นที่เป็นทาง แยกขวด แยกขยะ เก็บลูกร่วงให้เกลี้ยง ผมบอกลูกน้องเสมอไม่เผาขยะในสวน ให้นำไปใส่เตาเผาที่อื่น”คุณหมู บอกอย่างนั้น

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

ลงทุนระบบน้ำ ด้วง ปัญหาใหญ่ แต่จัดการได้ทัน

เมื่อถามถึงแนวทาง “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต” คุณหมู อธิบายว่า กระบวนการจัดการเรื่องปุ๋ย คือ การลดต้นทุนดีที่สุด ซึ่งก่อนที่เขามาทำสวน RSPO นั้น มักใส่ปุ๋ยแบบสะเปะสะปะ ใครบอกยี่ห้อนั้นดี ยี่ห้อนี้ดี ใส่ตามเขา ซึ่งไม่ได้ผล จึงต้องมาศึกษาเรียนรู้ใหม่  

“การใส่ปุ๋ยดีที่สุดต้องใส่กองทาง ไม่ควรจะใส่รอบโคน เพราะจะเสียเวลา แล้วรากปาล์มกินได้ไม่ดี การใส่ปุ๋ยที่กองทาง ใส่หน้าแล้ง หน้าฝน ได้หมด ถ้าฝนตกหนัก เขาจะไม่ชะล้างไปโดยเร็ว มันจะกองและชะลอไว้อยู่ที่กองทาง ซึ่งกองทางมีรากปาล์มอยู่เยอะมาก เป็นเทคนิคง่ายๆที่บอกให้หลายคนลองทำตามดู บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ แต่สำหรับเราพอทำแล้ว ผลผลผลิตดีขึ้น เพิ่มขึ้น”คุณหมู บอกอย่างนั้น

และว่า ถึงการลงทุนทำระบบน้ำในสวนปาล์ม นับว่ามีความสำคัญ โดยในส่วนของเขา ลงทุนเฟดแรกประมาณ 5 หมื่นบาท เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของปั๊มน้ำ ระบบตู้คอนโทรล ระบบไฟ ระบบท่อ พอเฟดที่ 2 จะลงทุนน้อยลงแล้ว ประมาณ 2 หมื่นบาท โดยใช้ท่อ Main แล้วปล่อยน้ำมาตามร่องปาล์ม ช่วยประหยัดเรื่องท่อไปได้เยอะ

“ก่อนหน้าที่ยังไม่มีระบบน้ำ ผลผลิตอยู่ที่ 4 – 5 ตัน ต่อรอบ พอทำระบบน้ำเสร็จ ขยับมาเป็น 8- 9 ตันกว่า ต่อรอบ”คุณหมู เผยตัวเลขน่าชื่นใจ

และบอก อีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ปาล์มดก ในแบบของเขา คือ ใส่ปุ๋ยให้เป็นระบบ ทุก 4 เดือน ต้องใส่ N P K แมกนีเซียม โบร่อน และแถม ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้วัว ขี้หมู เพราะการใส่อินทรีย์วัตถุในสวนปาล์ม เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเมื่อก่อนผมไม่ใส่มา 4-5  ปี ผลผลิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พอใส่ ขี้หมู ขี้เป็ด เข้าไป ช่วยให้ดินมันมีชีวิตชีวาขึ้นจริง

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

ทั้งยังบอกอีกว่า “ความรู้” ที่ได้จากการเป็นสมาชิก RSPO นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะล่าสุด สวนปาล์มของเขา เกิดปัญหา “ด้วง” รบกวน ทำให้ปาล์มยอดหักแล้วล้มไป 2 ต้น เลยลงทุนไปประมาณ 6 พันบาท เพื่อนำ “ฟีโรโมน” มาล่อด้วงให้ตกลงมาในถังเขาวงกต 6 จุด รอบสวน กระทั่งกำจัดไปได้หลายร้อยตัว ทำให้ชะงักระบบการขยายพันธุ์ของด้วงน้อยลง หรือแทบไม่มีแล้ว

“ถ้าไม่รีบทำ อาจลามไปต้นอื่นๆ ความเสียหายเยอะแน่ ตอนแรกไม่รู้ว่ามีพีโรโมน ช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งถ้าไม่ได้ปรึกษา RSPO คงเจอปัญหาหนัก”คุณหมู บอก

และขอส่งท้ายไว้ด้วยว่า

“เป็นสมาชิก RSPO ก็ดีนะ สมมติเพื่อนได้ 5 บาท แต่เราได้ 5.20 บาท ได้เงินเพิ่มมาอีก 20 สตางค์ พอสิ้นปีจะมีรายรับที่เป็นเหมือนโบนัส เรียกว่า ได้ผลผลิตเยอะก็ได้ส่วนแบ่งเยอะ ส่วนต่างที่เป็นเงินปันผล สามารถแบ่งเบาลดต้นทุนเรื่องการขนส่งได้”

“ใครที่ยังลังเลว่าจะเข้ามเป็นเกษตรกร RSPO ดีหรือเปล่า ผมว่าลองคิดทบทวนดูใหม่ เพราะเข้ามาแล้ว ไม่มีอะไรที่เสียหาย มีแต่ได้”คุณหมู สรุปบทสนทนา แบบนั้น

©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง
©TASPO/ศรยุทธ รุ่งเรือง

รายงาน / ทีมข่าว TASPO